เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 55/2559 ให้เปลี่ยนแปลงอำนาจศาลการดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคงเช่นคดีหมิ่นสถาบันฯ คดีที่มีวัตถุระเบิดจากเดิมมีคำสั่งให้คดีขึ้นต่อศาลทหาร เปลี่ยนแปลงเป็นศาลยุติธรรมปกติ ว่า เมื่อมีคำสั่งนี้การดำเนินคดีที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ 12 กันยายนนับแต่มีคำสั่งที่ 55/2559 ออกมาก็เปลี่ยนไปดำเนินคดีที่ศาลยุติธรรมแต่คดีที่เกิดก่อนหน้านี้ก็ยังคงขออนุมัติหมายจับและส่งสำนวนต่ออัยการศาลทหารเช่นเดิม กรณีของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นใน 7 จังหวัดภาคใต้ก็ยังคงดำเนินคดีที่ศาลทหารทั้งการขออนุมัติหมายจับหลังจากนี้รวมทั้งการส่งสำนวนให้อัยการก็ยังคงขึ้นต่อศาลทหารเช่นเดิม ขณะที่การทำงานของตำรวจกับทหารในส่วนของการร่วมกันสืบสวนสอบสวนก็ยังคงสามารถทำได้เช่นเดิม เจ้าหน้าที่ทหารยังมีอำนาจในการสอบสวนอยู่ ยังคงบูรณาการการทำงานด้วยกันเช่นเดิมและเชื่อว่าจะไม่เป็นผลให้การดำเนินคดีล่าช้า
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติไม่มีความล่าช้าในส่วนของการทำสำนวนแต่อย่างใด ไม่ว่าอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำงานอย่างรอบคอบและรัดกุมมากที่สุด นอกจากนี้คำสั่งดังกล่าวอาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ที่ชาวต่างชาติของประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีทางรัฐบาลจึงตัดสินใจเช่นนี้

