เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ผบก.น.1-9 ผบช.ภ.1-2 และ 7 กระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรว่า วันนี้มีการประชุมบูรณาการในเรื่องของการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาการจราจรขึ้นมา จะวางไว้ 3 ระยะ มีระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว แต่จะเริ่มระยะเร่งด่วนก่อน เพื่อจะแก้ไขปัญหารถชน ถนนจักรยานยนต์ รถสาธารณะต่างๆ โดยจะทำถนนให้มันกว้างขึ้น ที่ติดขัดเล็กน้อย ก็จะรีบทำทันที และอะไรที่เป็นช่องทางก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น จากเคยติด 1 ชั่วโมง เหลือ 40 นาที
“ต่อไปนี้ใบสั่งจะมีผลอย่างมาก ผมจะสั่งการไปยังกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับเรื่องการต่อทะเบียนรถในอนาคต ถ้าใครไม่ไปจ่ายค่าปรับจะมีผลต่อการต่อทะเบียนรถไม่ได้ ถ้าไม่ยอมจ่ายค่าปรับใบสั่งก็ต้องยอมเสียเพิ่มเติม อาจจะต้องมีการออกกฎหมายแบบนั้นคือการคูณสองถึงสามเท่าในการจ่ายค่าปรับ จะมีการพิจารณาข้อกฎหมายนี้ให้เร็วที่สุด ความจริงอยากให้เสร็จภายในวันนี้ด้วย” พล.อ.ประวิตรกล่าว และว่า ต่อไปการสอบใบขับขี่จะสอนจิตใต้สำนึกการใช้รถใช้ถนนด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะใบขับขี่เฉยๆ โดยกรมการขนส่งจะไปดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางวางกรอบไว้ 3 ปี จะพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ มินิบัส ที่จะวิ่งไปสายใต้ แต่ระยะเร่งด่วนต้องเห็นผลภายใน 1 เดือน เวลานี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นผล เพราะ ผบช.น.มีตัวเลขเวลาลดติดที่ลดลง อย่าด่าอย่างเดียว เวลานี้ถนนรัชดาฯการจราจรก็ดีขึ้น ตอนเช้าดีขึ้น 20 นาที ตอนเย็นดีขึ้น 1 ชั่วโมง และภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีกำลังพลเพิ่มขึ้นอีก 1,000 นาย และจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย แต่ต้องรองบประมาณในส่วนนี้ก่อน
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ภายหลังที่ตำรวจนครบาลเปิดโครงการ “ทำการจราจรวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน” โดยให้รอง ผบก.มาทำหน้าที่ควบคุมการจราจรในแต่ละเส้นทางหลักทั้ง 21 เส้นทาง โดยมี ผกก.แต่ละสถานีตำรวจ รอง ผกก.จร.และ สว.จร. รวมถึงตำรวจจราจรทุกนายร่วมกันลงมาดูแลแก้ไขปัญหาการจราจร มีการปรับแผนดูแลการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในขณะนั้น โดยให้รายงานผลการปฏิบัติไปยังศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร หรือ บก.02 ที่มีรองผบช.น.เป็นผู้รับผิดชอบดูแลในภาพรวม ส่วนมีการปรับแผนดูแลการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในขณะนั้น ส่วนกรณี ทอมทอม (TomTom) ผู้ผลิตระบบนำทางจีพีเอส (GPS) ชั้นนำของโลก จัดอันดับให้ กทม.เป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดช่วงเวลาเร่งด่วนมากที่สุดในโลกนั้น การสำรวจดังกล่าวเป็นข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ขณะนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว การแก้ปัญหาดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับการจราจรในถนนสายสำคัญ อาทิ ถ.รัชดาภิเษก การจราจรท้ายแถวคลี่คลายในเวลา 08.40 น. หลังเริ่มโครงการการจราจรคลี่คลาย เวลา 08.20 น. ขณะที่ช่วงเย็นการจราจรเมื่อก่อนการจราจรคลี่คลายเวลา 20.45 น. แต่หลังเริ่มโครงการ เวลา 19.45 น.การจราจรก็คลี่คลายแล้ว แสดงว่าการแก้ไขปัญหาการจราจร เราเดินมาถูกทางแล้ว ตรงนี้เราใช้ข้อมูลเชิงสถิติ ที่เป็นวิทยาศาสตร์มาประเมินผลการปฏิบัติ

