วันที่ 14 กันยายน เมื่อเวลา 10.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) นำโดย พ.ต.อ.บัญชา ปั้นประดับ รอง ผบก.ปทส. พ.ต.ต.กิตวรุตม์ พุฒนวล สว.กก.5บก.ปทส. สนธิกำลังร่วมกับป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหารบท มทบ.41 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว นายเจษฎา แนบเนียน กำนันตำบลเกาะแก้ว และผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว เข้าตรวจสอบการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยซึ่งตั้งบนเนินเขาภายในหมู่บ้านบ้านเกาะมะพร้าว หมู่ที่ 6 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีนายทุนกว้านซื้อที่ดินซึ่งไม่เอกสารสิทธิ์จากชาวบ้านทำการปลูกสร้างรีสอร์ท
พ.ต.อ.บัญชา ปั้นประดับ รอง ผบก.ปทส. กล่าวถึงการตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนไปยังสายตรวจปราบปรามประจำจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่ามีนายทุนกว้านซื้อที่ดินชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารที่ดินไปทำรีสอร์ท และยังไม่เคยมีใครเข้าไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งทางสายตรวจปราบปราบได้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาและสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2559 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตรวจสอบพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์ร่วมกับนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้เชี่ยวชาญของศาลในทางวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่สำนักงานศาลยุติธรรม ทะเบียนเลขที่ 6/2555
นายบุญสืบ สมัครราช ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (กระบี่) ตรวจสอบพื้นที่บริเวณดังกล่าว และสงสัยว่ามีลักษณะก่อสร้างอาคารบริเวณที่สูง และสภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณ ขณะเดียวกันทางสายตรวจปราบปรามได้ไปสืบสวนในพื้นที่ทราบว่า มีการก่อสร้างอาคารเป็นบ้านพักอาศัยจำนวนหลายหลังให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าพักอาศัยและตรวจสอบหลักฐานทางที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตแล้วปรากฏว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวในระวางแผนที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตไม่มีหลักฐานทางที่ดินแสดงไว้ ทำการสืบสวนจากชาวบ้านแล้วทราบว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีหลักฐานทางที่ดินมีเพียงหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น จึงได้รายงานให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ทราบ พร้อมสั่งการให้ดำเนินการตามแผนไพร่ฟ้าหน้าใสในตรวจยึดพื้นที่ที่มีการบุกรุกคืนเป็นของรัฐ ตามนโยบาย คสช.
จากการตรวจพบว่า มีนายอาดัม ชาวสวิตเซอร์แลนด์ แสดงตัวเป็นผู้ดูแล พร้อมนำเอกสารต่างๆ มาแสดงต่อเจ้าพนักงาน พบว่า เป็นเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ได้มีหลักฐานเอกสารสิทธิในการครอบครองที่ดินแต่อย่างใด และได้นำตรวจสอบตามหลักเขตจำนวน 18 มุด รวมเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งการมปักมุดดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมยื่นขออกเอกสารสิทธิ ซึ่งหากสามารถยื่นออกเอกสารสิทธิได้จะทำให้ที่ดินบริเวณนี้มีราคาไร่ละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท มูลค่านับร้อยล้านบาท นอกจากนี้ยังพบมีการปลูกสร้างบ้านพักอาศัยจำนวน 14 หลัง ซึ่งบางหลังมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ เบื้องต้นในส่วนของนายอาดัม คงไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าว เพราะเป็นเพียงผู้ดูแล แต่จะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ครอบครองที่มีชื่อปรากฏอยู่ในใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ต่อไป ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 4 (1) และตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 รวมถึง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพราะทราบว่าอาคารที่ก่อสร้างนั้นยังไม่ได้มีการขออนุญาตจากทาง อบต.เกาะแก้ว

