เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.อภิชาติ อภิชานนท์ รองผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงจับกุมนายชินาก้า ชินีดู สัญชาติไนจีเรีย และ น.ส.อุราภรณ์ เกสะวัฒนะ “แก๊งโรแมนซ์สแกม” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.977/2559 ลงวันที่ 8 กันยายน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง พร้อมของกลาง บัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ 3 เล่ม ในชื่อ น.ส.พรทิพย์ มะลิขาว, นายสหรัฐ สุขขำ และ น.ส.ปิยะดา หม้อแหละ, บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในชื่อ นายสหรัฐ สุขขำ, บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.อุราภรณ์ เกสะวัฒนะ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่ร้านซ่อมแอร์รถยนต์ ซอยสวัสดิการ 23 ถนนเพชรเกษม ซอย 77 แขวงและเขตหนองแขม กทม.
พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขตกล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.3 บก.ป.สืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหายชาวไทยทั้งหญิงและชาย ตามเว็บไซต์หาเพื่อนหาคู่หลายๆ แห่ง โดยหากเป็นผู้หญิง นายชินาก้า ก็จะหลอกลวงว่าเป็นหนุ่มชาวต่างชาติผิวขาว หน้าตาและฐานะดี เข้ามาจีบ เมื่อพูดคุยทำความรู้จักกันพักหนึ่งแล้วก็อ้างว่าต้องการจะแต่งงานด้วย โดยจะเดินทางมาประเทศไทย แต่ก่อนจะมาจะส่งของขวัญให้กับผู้เสียหาย
พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขตกล่าวอีกว่า ต่อมาในระหว่างที่ผู้ต้องหาอ้างว่าจะส่งของขวัญมาให้เหยื่อนั้น ก็จะติดต่อกับผู้เสียหายว่าของขวัญที่ส่งให้เป็นสินค้าที่ติดอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภายในมีเงินสดหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ หากต้องการจะนำสินค้าดังกล่าวออกมา ต้องจ่ายเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่ประจำสนามบิน และเจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ฝ่ายผู้ต้องหาเตรียมไว้รองรับ เป็นเงินประมาณ 3-5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยนับล้านบาท ซึ่งตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกลวงไม่ต่ำกว่า 100 คน ต้องสูญเงินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สุวรรณภูมิ เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ทางชุดสืบสวน กก.3 บก.ป.จึงเร่งแกะรอย โดยตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายมีการติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหา และมีการใช้แอพลิเคชั่นไลน์ ID : cargo 12 จากนั้นได้ขยายผลตรวจสอบไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ที่มีการรับโอนเงินจากเหยื่อ ทำให้ทราบว่า น.ส.อุราภรณ์ กับพวก ร่วมกันกระทำผิดโดยแบ่งหน้าที่กัน ซึ่ง น.ส.อุราภรณ์ รับหน้าที่ติดต่อพูดคุยกับเหยื่อ และเป็นผู้เบิกถอนเงินที่ได้รับการโอนเข้ามาแล้ว ก่อนจะแบ่งเงินบางส่วนไปยังผู้ร่วมขบวนการที่ประเทศมาเลเซีย โดยขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลการจับกุมแล้ว

จากการสอบสวน น.ส.อุราภรณ์ รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะนี้มาประมาณกว่า 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ได้รู้จักและอยู่กินกับนายชินาก้า สามีชาวไนจีเรีย ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้สอนวิธีการหลอกลวงเหยื่อ และเมื่อได้เงินจากการหลอกลวงมาแล้วก็จะนำมาแบ่งกัน ส่วนสามีจะเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย หลายครั้งเนื่องจากเป็นนักฟุตบอลอาชีพเคยเข้ารับการคัดเลือกตัวกับสโมสรฟุตบอลหลายแห่ง
เบื้องต้นแจ้งข้อหา น.ส.อุราภรณ์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และดำเนินคดีกับนายชินาก้า เพิ่มเติมในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากำหนด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.รับไว้ดำเนินคดี ก่อนขยายผลติดตามตัวผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดเพื่อพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

