โต้กันนัว”เจ้าของตึกซ.พหลฯ-บ.เอกชน”เหตุ10ชายชุดดำบุกรื้ออาคาร แจ้งความเสียทรัพย์10ล้าน

15.09.16 | 15:36 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ สน.พหลโยธิน นายดำริห์ เข็มตรง อายุ 67 ปี ผู้รับมอบอำนาจ จากนายสมควร สิทธิโชค เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ บริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด และพวก ในความผิดร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ลักทรัพย์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง


นายดำริห์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน เวลา 18.00 น.มีกลุ่มคนชุดดำได้นำกำลังนับ 10 คนพร้อมอุปกรณ์ เข้ารื้อถอนอาคารชั้นเดียวในซอยพหลโยธิน 19/1 ถนนพหลโยธิน แขวงเขตจตุจักร ทะลุซอยวิภาวดีรังสิต 25 พื้นที่กว้างกว่า 48 ไร่ จึงเข้าแจ้งความฐานร่วมกันรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกไว้ใช้สำหรับตั้งโต๊ะสนุกเกอร์ ร้านอาหารและร่วมกันลักทรัพย์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องก่อสร้าง แอร์ และเครื่องใช้สำหรับงาน เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น สร้างความเสียหายมูลค่านับ 10 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า พื้นที่ดังกล่าวประมูลช่วงเดือนตุลาคม 2558 มีนายสมควร สิทธิโชค เป็นเจ้าของพื้นที่ เคยเป็นพื้นที่รกร้างมานานแล้ว จากการล้มละลายของเจ้าของเดิมตั้งแต่ปี 2540 ต่อมากรมบังคับคดีนำขายทอดตลอด จากนั้น บริษัทเบย์วอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ครอบครอง หลังชนะการประมูลเมื่อปลายปี 2558 ในราคา 7,350 ล้านบาท ก่อนที่จะมีบริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด อ้างตัวเข้าปรับปรุงพื้นที่ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายชัยอนันต์ มุกดา ทนายจาก บริษัท ธรรมนัส การ์ด จำกัด กล่าวว่า วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 บริษัท เบย์วอเตอร์ จำกัด ชนะการประมูล จากกรมบังคับคดี จากนั้นจึงให้ บริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด มาดูแลพื้นใช้ประโยชน์ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้ามา พื้นที่ดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัย มีการเข้าพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่เดิม คุยกันในหลักของกฎหมาย หลังจากการพูดคุย ชาวบ้านที่เคยอยู่อาศัยเข้าใจและพร้อมใจกันออกจากพื้นที่ทุกคน ชาวบ้านให้ความร่วมมืออย่างดี มีการจ่ายค่าขนย้ายให้ โดยให้ชาวบ้านมาแจ้งสิทธิแจ้งชื่อไว้ตั้งแต่ปลายปี 2559 ถึงปี 2559 ว่าใครเป็นเจ้าของตรงไหน แต่ถ้าผู้ใดที่ไม่นำสิ่งก่อสร้างออก เราจะรื้อให้ หรือจะรื้อเองเพื่อนำไปใช้ต่อได้ ทางผู้ร้องทุกข์ในหนึ่งในชาวบ้าน แต่ไม่แสดงตัวว่าใครเป็นเจ้าของ ทางบริษัทจึงเดินทางเข้ามาดูพื้นที่ ในพื้นที่ที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในเส้นขวางทางการทำงาน เมื่อไม่สามารถติดต่อใครได้ จึงต้องรื้อ ก่อนรื้อมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าทางเราเจตนาบริสุทธิ์ ให้ทางบริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด รื้อโครงสร้างใหญ่ลงมาเพื่อสามารถนำไปใช้ต่อได้ ทั้งนี้มีบางส่วนที่ได้รับความเสียหายบ้าง แต่เจตนาทางบริษัท ไม่ได้รื้อและนำไปขาย แค่รอเจ้าของมารับไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องขอดูรายละเอียดก่อนว่า คู่กรณีแจ้งความไปในทิศทางใดจะดำเนินการแจ้งความกลับต่อไป

Advertisement