วันนี้ 16 ก.ย.59 ที่สำนักงาน ส.ป.ก.กาญจนบุรี ถ.แม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สนามกอล์ฟ ไมด้า กอล์ฟ คลับ กาญจนบุรี ได้นำเอกสารมายื่นแสดงการครอบครองที่ดิน ประกอบด้วย เอกสารใบ น.ส.3 ก.จำนวน 514 แปลง น.ส 3 ข.จำนวน 40 แปลง และใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือใบ ภบท.5 จำนวน 7 แปลง รวมที่ดินตามเอกสารที่นำมาแสดงทั้งหมดประมาณ 1,113 ไร่เศษ จากเนื้อที่ทั้งหมด 1,739 ไร่ ทำให้ ส.ป.ก.สามารถยึดคืนได้โดยไม่มีปัญหา จำนวน ประมาณ 616-0-71 ไร่ แต่ถ้ารวมกับพื้นที่เอกสารใบ ภบท.5 จำนวน 282 ไร่ที่นำมายื่นคัดค้าน ตรวจสอบแล้วที่ฟังไม่ขึ้น คาดว่าจะมีเนื้อที่ยึดคืนรวมจำนวน 898-1-01 ไร่
สำหรับเอกสารที่ทางสนามกอล์ฟ นำมาแสดงทั้งหมดประมาณ 1,113 ไร่เศษนั้น ส.ป.ก.กาญจนบุรี ได้ดำเนินการตรวจสอบตามกำหนดกรอบระยะเวลา 30 วัน ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแค่เอกสารยืนยันบางส่วนจากกรมที่ดินเท่านั้น และภายในวันนี้ (16 ก.ย.) จะรีบส่งเอกสารและผลการตรวจสอบไปยัง นายสรรเสริญ อัจจุตมนัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อพิจารณาต่อไป
นายวัชรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)ได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี (ส.ป.ก.กาญจนบุรี) ดำเนินการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดปกติ ของประชาชนที่เคยได้รับการอนุมัติให้เข้าใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรเมื่อปี พ.ศ.2533 จำนวน 11 ราย 12 แปลง รวมเนื้อที่ จำนวน 177-3-67 ไร่ ผลปรากฏว่า ประชาชนทั้ง 11 ราย ไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ในแปลงที่ดินที่ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.และยังพบว่าประชาชนทั้ง 11 ราย ได้ขายที่ดินและโอนการทำประโยชน์ในที่ดินไปให้กับบุคคลอื่น ปัจจุบันพบว่าที่ดินจำนวน 177-3-67 ไร่ อยู่ในพื้นที่บริเวณที่ตั้งของสนามกอล์ฟ ไมด้า กอล์ฟคับ ที่มีบริษัทไมด้า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด เป็นเจ้าของ
“ในส่วนของที่ดินเนื้อที่ 1,263 ไร่ หมู่ 5 ต.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ และเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน จากส่วนกลาง ได้ลงพื้นที่เพื่อกำหนดบริเวณขุดเจาะน้ำบาดาล โดยกำหนดเอาไว้ 4 จุด แต่ละจุดห่างกันประมาณ 200 เมตร โดยต้องขุดเจาะบาดาลลึกลงไปประมาณ 100 เมตร โดยมีถังรองรับน้ำบรรจุน้ำได้ประมาณ 1,000 ลิตรต่อถัง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง” นายวัชรินทร์ กล่าว
รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558นั้น ส.ป.ก.แจ้งให้ประชาชนทั้ง 11 ราย มาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉย ไม่มีผู้ใดเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงแม้แต่รายเดียว เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวประชาชนบางรายแต่ก็ไม่พบตัว ขณะนั้นคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี (คปจ.กาญจนบุรี) พร้อมที่จะให้โอกาส โดยได้แจ้งให้ประชาชนทั้ง 11 ราย กลับเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงของตนเองตามสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามระเบียบของ ส.ป.ก.แต่ก็ยังเพิกเฉยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 59 ได้มีการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 4/2559 เพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิของประชาชนทั้ง 11 ราย โดยมีนายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุม โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และบรรจุลงในวาระการประชุมด้วย
โดยในที่ประชุม ได้มีมติ ให้ ส.ป.ก.กาญจนบุรี ดำเนินการเข้าไปสอบสวนสิทธิหาข้อเท็จจริง ของผู้ครองครองที่ดินทั้ง 11 รายเพิ่มเติม โดยจะต้องหาทางให้ประชาชนทั้ง 11 รายมาให้ถ้อยคำให้ได้เสียก่อน โดยให้ดำเนินการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาตามอาญา

