เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง รองผกก.1บก.ป.ร่วมกันจับกุมตัว นายชาญชัย หรือชาย มุขแก้ว อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 122/2559 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ในข้อหา “เรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีการอันทุจริตผิดกฎหมายให้ทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคล โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 10/23 ตรอกหมู่บ้านฝนทองนิเวศน์ ถนนพหลโยธิน แขวงอยุสาวรีย์ เขตบางเขต กทม.
สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าผู้นายชาญชัย หลอกลวงโดยอ้างตัวเองว่าสนิทสนมกับข้าราชการตุลาการศาลฎีกาและข้าราชการตุลาการปกครอง และสามารถยังสามารถช่วยเหลือในการวิ่งเต้นคดีความต่าง ๆ ได้ แต่ทางผู้เสียหายต้องจ่ายเงินในค่าดำเนินการตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ซึ่งเมื่อนายชาญชัย รับเงินจากผู้เสียหายมาแล้วก็นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยไม่ได้เอาไปวิ่งเต้นคดีอย่างไร
จากการสืบสวนพบว่า นายชาญชัยพบว่าอดีตเคยเป็นทนายความมาก่อน แต่เมื่อปี 2549 ถูกทางสภาทหายความถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหลังจากนั้นนายชาญชัยก็มีพฤติกรรมหลอกหลวงผู้เสียหายหลายราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ในพฤติกรรมของนายชาญชัยยังมีการนำผู้เสียหายไปพบเจอผู้พิพากษาที่เคยรู้จักเมื่อครั้งยังเป็นทนายความ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อให้ตนเอง นอกจากนี้หากคดีใดผู้เสียหายไม่สามารถชนะคดีได้ตามที่นายชาญชัยกล่าวอ้าง ทางผู้เสียหายติดต่อกลับไปทวงถาม ทางผู้ต้องหาก็จะมีการเจรจาผ่อนจ่ายค่าเสียหายคืน
นอกจากนี้ในการสืบสวนยังพบอีกว่า นายชาญชัยจะมีวิธีการเลือกเหยื่อโดยจะเข้าไปขอข้อมูลจากเพื่อนทนายเก่า เพื่อดูว่ามีคดีไหนมีแนวโน้มที่จะชนะคดี ก่อนที่จะติดต่อไปหาทางผู้เสียหาย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีผู้ที่ร่วมขบวนการอีกและจะทำการขยายผลเผื่อหาเพื่อนร่วมขบวนการต่อไป
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายชาญชัย ส่งพนักงานสอบสวนสภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดี อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัตินายชาญชัยพบว่ายังมีหมายจับค้างอยู่อีก 2 หมาย คือ 1.หมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 24/2559 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ในข้อหา “ฉ้อโกง” และ 2.ศาลแขวงดอนเมือง ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ในข้อหา “ฉ้อโกง” นอกจากนี้ยังพบว่านายชาญชัยเคยต้องคดีฉ้อโกงมาแล้วถึง 6 คดี และคดีรีดทรัพย์อีก 1 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุมตัวนายชาญชัยที่บ้านพักนั้น นายชาญชัยได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปเปิดและคุมตัวมาสอบสวน


