เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม สว.กก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. และชุดสืบสวน สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ร่วมกันจับกุมนายวุฒิชัย โตโส อายุ 24 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาฉ้อโกงทรัพย์โดยการแสดงตนเป็นคนอื่นได้ที่บริเวณท้ายซอยหอสุขประเสริฐ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังจากปลายปี 2558 นายวุฒิชัยผู้ต้องหารายนี้ได้มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนโดยแอบอ้างตัวว่าเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ผ่านทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “วุฒิชัย XX” ก่อนตีสนิทแชตสนทนากับผู้เสียหายรายหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ ผ่านทางเฟซบุ๊ก กระทั่งเหยื่อตายใจยอมพูดคุยปรึกษาเรื่องราวสำคัญต่างๆ ต่อมาเมื่อผู้ต้องหาทราบว่ามีผู้นำที่ดินแปลงหนึ่งใน อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มาฝากขายกับทางผู้เสียหาย จึงออกอุบาย ขออาสาเป็นคนกลางจัดหานายทุนมาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวให้ พร้อมกับบอกว่ามีพี่ชายเป็นแพทย์เหมือนกันต้องการที่จะรับซื้อที่ดินผืนดังกล่าว แต่มีข้อแม้อยู่ว่าทางผู้เสียหายจะต้องโอนเงินค่าดำเนินการในการประสานงานและค่าเดินทางไปตรวจดูที่ดินเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท เมื่อผู้เสียหายเห็นว่ามีหน้าที่การงานดีเป็นถึงแพทย์จึงหลงเชื่อยอมโอนเงินให้ตามที่ผู้ต้องหาต้องการ

พล.ต.ต.ชาญกล่าวต่อว่า ต่อมาผู้ต้องหาติดต่อกลับมา บอกว่าการดำเนินการติดปัญหาบางอย่าง ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามาเพิ่มอีก 12,000 บาท จึงยอมโอนเงินให้ ก่อนจะเดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ ตามที่นัดหมาย แต่เมื่อไปถึงผู้ต้องหา กลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่าติดธุระไม่สามารถไปพบตามนัดได้ ก่อนจะขาดจากการติดต่อทุกช่องทางในที่สุด อย่างไรก็ตาม ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าข้อมูลเฟซบุ๊กเป็นข้อมูลในบัตรประชาชนของคนอื่นที่ขโมยมา และรู้ว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายรายรวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2-3 ล้านบาท ทางชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบหาเบาะแสก่อนติดตามจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวนนายวุฒิชัย รับว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง ทำมาแล้วหลายครั้ง ไม่ได้เป็นแพทย์อย่างที่กล่าวอ้าง เพียงแต่ต้องการสร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือ ส่วนที่ทำลงไปนั้นเนื่องจากต้องการนำเงินมาใช้เที่ยวเตร่และซื้อรถยนต์ใช้ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่านายวุฒิชัยมีคดีติดตัวในข้อหาลักทรัพย์เวลากลางคืนพื้นที่ จ.พัทลุง และคดีฉ้อโกงใน จ.ภูเก็ต และกำลังจะออกหมายจับในคดีฉ้อโกงเพิ่มเติมอีก 2 คดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.บำเหน็จณรงค์ รับตัวไปดำเนินคดีต่อไป

