เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2559 พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ รอง ผกก.สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร สั่งให้ พ.ต.ต.ชาติชาย มูลรักษ์ สว.สส.นำกำลังบุกไปยังวัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.วังตะกอ อ.หลังสวน เพื่อตรวจค้นจับกุมผู้ค้าและเสพยาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี โดยวัดดังกล่าวตั้งอยู่เชิงเขาสูงกลางชุมชนใน ต.วังตะกอ มีกุฏิพระเรียงรายติดกัน 7 หลัง และกุฏิเจ้าอาวาสหลังใหญ่ และเป็นที่ตั้งของ สำนักงานพระระดับบริหารตำบล โดยเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด เข้าทำการตรวจค้นกุฏิทั้ง 7 หลัง พบพระแทบทุกกุฏิมีพฤติกรรมเสพยาบ้า กัญชา พืชใบกะท่อม มีอุปกรณ์เสพยา อุปกรณ์บรรจุยาบ้าเพื่อแบ่งจำหน่ายจำนวนมาก จึงควบคุมตัวพระภิกษุ 7 รูป ไปให้เจ้าอาวาสลาสิกขา ก่อนตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติด 5 ราย อีก 2 รายกันไว้เป็นพยาน

พ.ต.ท.สุทธิชัยเปิดเผยว่า มีชาวบ้านแจ้งว่าจับตาดูพฤติกรรมของพระกลุ่มดังกล่าวตั้งแต่เริ่มบวชในช่วงวันเข้าพรรษา และมีข่าวลือว่ามีพระในวัดขายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในตำบล จึงเฝ้าจับตาดูจนพบว่ากลุ่มพระดังกล่าวร่วมกันตั้งแก๊งค้ายาเสพติดและมีการเสพยาในวัดมานานกว่า 3 เดือน ล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 16 กันยายน 2559 ได้รับรายงานว่า จะมีการส่งยาเสพติดจำนวนหนึ่งให้พระกลุ่มดังกล่าว จึงแจ้งตำรวจเข้าทำการตรวจค้นจับกุมในวันรุ่งขึ้น ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการคือ นายอภิชาติ ชุมพงษ์ อายุ 20 ปี พร้อมยาบ้าจำนวน 119 เม็ดครึ่ง อาวุธปืนพกไทยประดิษฐ์ขนาด.32 พร้อมแม็กกาซีน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด.32 จำนวน 9 นัด และอุปกรณ์เสพยาบ้าจำนวนหนึ่ง ส่วนการค้นกุฏิของ อดีตพระฉัตรชัย โกศาสตร์ อายุ 21 ปี และอดีตพระวีระชาติ แจ้งอาญา อายุ 24 ปี พบกากและน้ำต้มในกระท่อมในหม้ออะลูมิเนียมครึ่งลิตร ส่วนกุฏิของอดีตพระธนวัตน์ คลิ้งสุวรรณ อายุ 23 ปี และอดีตพระนันทวุฒิ จันทร์ทอง อายุ 26 ปี พบใบกระท่อมสด 200 ใบ ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ ส่วนพระอีก 2 รูปซึ่งถูกเจ้าอาวาสจับสึกพร้อมกัน จากการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นไม่พบสารเสพติดจึงปล่อยตัวไป
อย่างไรก็ตาม พระในวัดดังกล่าวมีทั้งหมด 9 รูป แต่ถูกจับสึกถึง 7 รูป จึงส่งผลต่อ “ประเพณีรับตา-ยาย” ของชาวใต้รวมทั้งของชาวบ้านใน ต.วังตะกอ เพราะเหลือพระภิกษุสูงวัยภายในวัดแค่ 2 รูปเท่านั้น จึงมีพระภิกษุไม่ครบตามจำนวนที่ต้องร่วมกันประกอบพิธี


