เมื่อวันที่ 17 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีด.ช.เอ อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 เป็นเด็กพิเศษ โรงเรียนหนองห้าง ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้ถูกนายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง ตบบ้องหูซ้าย ขวา อย่างแรง เอาศอกสับหัว และตบปาก ตบจมูก จนเลือดกำเดาไหล เหตุเกิดที่บริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน ท่ามกลางสายตานักเรียนทั้งโรงเรียนที่ยืนเข้าแถวอยู่ด้านหน้าเสาธง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 แต่คดีไม่คืบ
ด้าน พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่าในด้านของคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากได้รับแจ้งความร้องทุกข์เหตุทำร้ายร่างกาย จากนางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 10 บ้านหนองห้าง ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นยายของเด็ก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอศรีเมืองใหม่ และสำนักงานเขตพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้เปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกับญาติเด็กได้เจรจา ไกล่เกลี่ยกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้
ต่อมาทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งหลักฐานจากใบรับรองความเห็นของแพทย์ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และเด็กยังถูกส่งตัวต่อไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น จึงเชื่อได้ว่าเด็กชายเอ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว และได้สอบปากคำพยานบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์จำนวน 4 ปาก ต่อมาจึงได้ออกหมายเรียก นายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง มารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่นายวินัย วงศาสุข ให้การปฎิเสธและขอให้การในชั้นศาล ทางพนักงานสอบสวนจึงได้สรุปสำนวนพร้อมมีความเห็นสั่งฟ้อง ส่งตัวไปสำนักงานอัยการจังหวัดอุบลฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ขั้นตอนของคดีอยู่ระหว่างการขอประกันตัวในชั้นอัยการ ก่อนที่คดีจะขึ้นไปยังศาลเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
นางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี กล่าวว่า จากการรักษาอาการล่าสุดหูด้านซ้ายของหลานไม่ได้ยินเสียง หูด้านขวาได้ยินเสียงเบาๆ ตาด้านซ้ายมีอาการมัวเริ่มมองไม่เห็น รู้สึกสงสารหลานต้องเดินทางพาหลานไปพบหมอตลอด และว่าช่วงมีเรื่องใหม่ๆนายวินัย วงศาสุข ได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเชิญญาติไปพบเพื่อพูดคุย โดยทางญาติได้ต่อว่าการตบ ตีเด็กชายเอนั้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งนายวินัย วงศาสุข ก็ตอบคำถามว่ามีอำนาจที่จะไม่ให้เด็กมาโรงเรียนก็ได้ ทางญาติก็ตอบไปว่าเป็นผู้บริหารโรงเรียน ครู อาจารย์ต้องมีหน้าที่ดูแลเด็กโดยเฉพาะเด็กพิเศษ ซึ่งทางญาติระบุว่าจะตีก็ไม่ได้ว่าแต่ขอให้ตีเพื่อสั่งสอนแบบธรรมดา แต่ทำไมต้องถึงขนาดต้องตบบ้องหูซ้าย ขวา อย่างแรง เอาศอกสับหัว และตบปาก ตบจมูก จนเลือดกำเดาไหล ทำไมต้องตบตีขนาดนั้น นายวินัย วงศาสุข ตอบว่าได้เกิดบันดาลโทสะ เนื่องจากเด็กชายเอไม่ไปเข้าแถวเคารพธงชาติและได้ชี้หน้าต่อว่า “ มึงจะเอาอะไรกับกูล่ะ”ทางญาติจึงต่อว่าเรื่องแค่นี้เป็นถึงผู้บริหารโรงเรียนความอดกลั้นกับเด็กไม่มีเลยหรือยังไง ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นเด็กพิเศษ ซึ่งไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ทาง ผอ.ก็สรุปว่า “ผมผิด ผมยอมรับผิด” แล้วแต่ผู้ปกครองจะทำยังไง จะผูกแขนให้ 2,000 บาท
นางสาววันเพ็ญ เจริญลอย อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นน้าของ ด.ช.เอ กล่าวว่าทางญาติมีความคับข้องใจกับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ในฐานะผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นที่ได้ทำเรื่องร้องเรียนพฤติกรรมของ ผอ.โรงเรียนที่กระทำรุนแรงกับเด็ก ไม่ได้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดอะไรทั้งสิ้น ไปติดต่อสอบถามก็พยายามบ่ายเบี่ยง จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรีและมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาได้ติดต่อกลับมาแล้วว่าจะเดินทางมาให้การช่วยเหลือในวันที่ 18 กันยายน 59 นี้
ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 อ.พิบูลมังสาหารในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นต้น เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เบอร์โทร 081-3933857 แต่ไม่สามารถติดต่อได้ สอบถามไปยังเขตพื้นที่ได้รับคำตอบมาโดยตลอดว่าไม่อยู่ไปราชการ

