“บรรจง” พร้อมสู้คดี ถูกบริษัทออกาไนซ์เซอร์ขู่ฟ้อง หลังแฉธุรกิจซื้อขายรางวัล

18.09.16 | 12:50 น.
ภาาพจากเฟสบุ๊ก - บรรจง ชีวมงคกานต์

กรณีสถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี นำเสนอรายงานเบื้องหลังธุรกิจซื้อขายรางวัล ก่อนถูกบริษัทออกาไนซ์เซอร์ ขู่เตรียมให้ให้ทนายความเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ย.) นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีสกู๊ปแฉธุรกิจซื้อขายรางวัล พร้อมเตรียมต่อสู้คดีหลังถูกแจ้งความทันที

นายบรรจง ระบุว่า ตนมีเอกสารชัดเจน ว่าทางผู้จัดงานเชิญชวนเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆร่วมงานรับรางวัลที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต้องสนับสนุนตามแพ็คเกจที่กำหนด ซึ่งข่าวชิ้นนี้ตนได้เขียนจากข้อมูลตามที่ได้สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องจริง ไม่ได้มโนเขียนขึ้นมาเอง โดยบุคคลที่สัมภาษณ์ประกอบด้วย นายสาโรจน์ ดาราฉาย นายกสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีชื่อสมาคมเป็นผู้จัดงานทีแรก, นายวิรัช สุวรรณวิไลกุล ผู้บริหารบริษัทอนุสรณ์กรุ๊ป และประธานชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก ซึ่งเป็นออแกไนซ์เซอร์จัดงาน และ นางปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ประธานองค์กรความดี ในฐานะหนึ่งในผู้ที่ถูกเชิญร่วมรับรางวัล

“ข้อมูลทั้งหมด ก็เขียนจากที่ได้สัมภาษณ์พูดคุยมา นายวิรัชเองก็ยอมรับว่ามีการเก็บเงินจากผู้เข้ารับรางวัลจริง บางส่วนที่มารับฟรี ๆ ก็มี โดยเฉพาะผู้มีชื่อเสียง โดยสองรายแรกผมเดินทางไปสัมภาษณ์กับเจ้าตัวถึงที่ทำงาน ส่วนคุณบุ๋ม ผมสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แต่มีหลักฐานทั้งการบันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงการพูดคุยทุกคน” นายบรรจง กล่าว

นายบรรจง กล่าวว่า การนำเสนอข่าวชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอโดยมีเจตนาให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมสาธารณะได้รับทราบ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อาจเข้าใจผิดว่า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลการันตี ได้ผ่านการตรวจสอบและคัดกรองอย่างละเอียดจากกรรมการผู้มอบรางวัลอย่างแท้จริง เนื่องจากมีการใช้ชื่อรางวัลที่แปลความได้ว่าดีเยี่ยม ซึ่งในความเป็นจริง นายวิรัชก็ยอมรับว่าไม่ได้มีการใช้เกณฑ์การคัดเลือกอย่างละเอียดมากมาย เพียงแค่เป็นผลิตภัณฑ์ถูกกฎหมาย มีเลขจดแจ้ง อย. ก็ผ่านเกณฑ์ และการมอบรางวัลก็เพื่อหาเงินมาสนันสนุนการจัดงาน และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ไปใช้ในกิจกรรมบริจาคให้ผู้ขาดแคลนผ่านชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก ทางผู้จัดงานกล่าวยืนยันพร้อมให้พิสูจน์หลักฐานตัวเลขรายรับ-รายจ่าย ยอดเงินคงเหลือ และตัวเลขที่นำไปใช้บริจาค จึงขอเรียกร้องให้แสดงหลักฐานตามที่กล่าวอ้างด้วย ส่วนกรณีผู้จัดงานให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ระบุว่าจะไปแจ้งความที่ สน. วังทองหลาง ในวันที่ 19 ก.ย. นี้ เพื่อเอาผิดข้อหาหมิ่นประมาทกับทางรายการ ตนได้รับทราบแล้ว และพร้อมต่อสู้คดีตามขั้นตอนยุติธรรม โดยใช้สิทธิต่อสู้คดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (3) และมาตรา 330 ว่าด้วยเรื่องข้อยกเว้นไม่ต้องรับผิดในคดีหมิ่นประมาท โดยเป็นการนำเสนอเรื่องราวเพื่อประโยชน์สาธารณะ ด้วยความสุจริต และพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล

“ทันทีที่หลังจากผู้จัดงานแจ้งความต่อทางรายการ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าการนำเสนอข่าวดังกล่าว ทางผู้บริหารที่จัดงานเป็นผู้ให้ข้อมูลเอง และยอมรับต่อสื่อสำนักข่าวอื่นๆอีกครั้งว่ามีการเรียกรับเงินกับผู้ได้รับรางวัลจริง กระผมเห็นว่าเป็นการเข้าข่ายกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา กระผมจึงจะขอใช้สิทธิแจ้งความกลับผู้จัดงาน ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ประกอบมาตรา 173 ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกินหกพันบาท โดยจะแจ้งความทันทีภายหลังจากที่ผู้จัดงานได้แจ้งความต่อทางรายการ” นายบรรจง กล่าว

Advertisement