พบอีกหลักฐานโยงคดีฆ่าฟันคอ-หั่นศพ ห่วงเสพยาจนป่วยทางจิต ต้องเร่งคัดกรองบำบัด

18.09.16 | 15:52 น.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ดำเนินคดีกับนายสถาพร หรือบอย สีเชียงสา อายุ 20 ปี ชาว หมู่ 9 ต.โนนสว่าง อ.เมือง จ.บึงกาฬ ข้อหาพยายามฆ่าชาวบ้าน 2 คน ผู้ต้องหารับสารภาพควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาล จ.หนองบัวลำภูแล้ว ส่วนคดีฆ่าฟันคอที่ สภ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู และฆ่าหั่นศพที่ สภ.เมืองอุดรธานี ผู้ต้องหารับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุแล้ว พนักงานสอบสวนจะทยอยแจ้งข้อหา


พ.ต.อ.ชวิศเปิดเผยอีกว่า สำหรับคดีฆ่าหั่นศพที่อุดรธานี พนักงานสอบสวนสามารถตรวจยึดหลักฐานเพิ่มเติมที่ผู้ต้องหานำไปทิ้งไว้ในลำห้วยในพื้นที่ อ.นากลาง ชาวบ้านที่พบผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุนำชี้เป็นจักรยานยนต์ของผู้ตาย ที่ผู้ต้องหาขโมยไปและขี่ไปเสียที่ อ.กุดจับ รวมทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ตอนไปซ่อมจักรยานยนต์แล้วใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียวไปก่อเหตุ จนถูกชาวบ้านช่วยกันกุมตัว พบเงินในกระเป๋าหลายพันบาท

“เป็นห่วงพฤติกรรมคนร้ายมีปัญหาทางจิตที่เกิดจากการเสพยาเสพติดมากๆ เพราะเคยรับราชการเป็นรองผู้บังคับการฯอยู่ จ.บึงกาฬ ติดต่อกัน 2 ปี มีสถิติจับผู้เสพยารวมกว่า 5,000 คน และมีคดีผู้มีปัญหาทางจิตจากการเสพยา ก่อคดีทำร้ายพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนอื่นหลายคดี บางคนถึงแก่ความตาย แต่รายที่มาเกิดที่อุดรธานีรุนแรงที่สุด เกรงว่าหากไม่รีบแก้ไขจะไม่ใช่รายสุดท้าย” พ.ต.อ.ชวิศกล่าว

ด้าน นพ.สมิต ประสันนาการ สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ป่วยมีอาการทางจิตหรือจิตเภท มีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดต่อเนื่อง 6 เดือน – 3 ปี และจะเรื้อรังหากเสพนานกว่า 3 ปี อาการเริ่มต้นก็คือหวาดระแวง ชอบใช้ความรุนแรง ไปจนถึงการทำร้ายคนในครอบครัว  ซึ่งจะต้องได้รับการคัดกรองและบำบัดจากจิตแพทย์ ตามอาการของคนป่วยแต่ละคน ซึ่งระบบสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญ กระจายการดูแลรักษาผู้ป่วยไปทุกจังหวัด

Advertisement

นพ.สมิตกล่าวต่อว่า ที่อุดรธานีมี รพ.ธัญญารักษ์ ดูแลรักษาผู้ป่วยทางจิตรุนแรงขนาด 70 เตียง การบำบัดรักษาต้องใช้เวลากว่า 4 เดือน และที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ก็มีแผนกจิตเวช คอยดูแลรักษาผู้ป่วยระดับรองลงมา ส่วน รพ.ชุมชนอำเภอก็จะมี คลินิกจิตเวชให้บริการเดือนละครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือผู้ป่วยเก่าที่เราดูแลอยู่ ที่ต้องมาตรวจและรับยามากิน ญาติพี่น้องต้องช่วยดูแลให้กินยา อาการทางจิตจะไม่กำเริบ

“ช่วง ต.ค.-ธ.ค.ทุกปี อุดรธานีจะคัดกรองผู้ป่วย โดยร่วมกับ รพ.ชุมชน, รพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (สต.) และ อสม. ลงไปเก็บข้อมูลทุกครัวเรือน แยกเป็นวัยเด็ก-วัยเรียน-วัยทำงาน-ผู้สูงอายุ ว่ามีสุภาพร่างกายและจิตใจ ดี-เสี่ยง-ป่วย หากมีผู้ป่วยทางจิตใหม่เข้ามาในพื้นที่ อาจจะเกิดขึ้นมาใหม่ ย้ายภูมิลำเนามาอาศัย หรือพ้นการรับโทษจากราชทัณฑ์ พ่อแม่ผู้ปกครองให้แจ้งได้ที่ รพ.สต. เพื่อส่งต่อให้ได้รับการตรวจรักษา” นพ.สมิตกล่าว