ตำรวจชัยภูมิ รวบผู้ต้องสงสัยฆ่าเผาอำพรางหนุ่มวัย 43 เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ แต่หลักฐานแน่น

20.08.21 | 18:01 น.

วันที่ 20 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ส.ค.64 มีคนไปพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพถูกแทงและนอนคว่ำหน้าถูกเผาคากองไฟ อยู่ใกล้กระท่อมกลางทุ่งนา ในหมู่บ้านโนนส้มกบ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ในเขตพื้นที่ สภ.แก้งคร้อ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตรายนี้ต่อมาชื่อ นายกรุงเทพ ทองอร่าม อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 274 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ


ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่างได้ลงพื้นที่ ไปที่บ้านเลขที่ 274 บ้านแก้ง หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ของผู้ตายและพบกับนางควร ทองอร่าม อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นแม่ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตได้เล่าให้ว่า ตนเองไปพบศพลูกชายเป็นคนแรก ซึ่งหลังจากเห็นเวลาค่ำแล้ว จึงไปหาลูกชายที่กระท่อมนา และไปพบกับกองเลือด จึงให้หลานที่มาด้วยอีกคนเข้าไปช่วยดูและเดินหาลุง แต่ไม่พบอยู่ในกระท่อม แต่ไปพบเป็นศพอยู่ในกองไฟ ข้างกระท่อม จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

ซึ่งล่าสุดทางผู้เป็นแม่ผู้เสียชีวิตรายนี้ ทราบว่าตำรวจได้ตามจับตัวนายเสถียรฯมาได้แล้ว ซึ่งยังให้การปฏิเสธและตกเป็นผู้ต้องสงสัยคาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ทั้ง 2 คนกับลูกชายผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง และญาติกัน ซึ่งเคยได้เกิดการทะเลาะกัน ในเรื่องที่ว่านายเสถียร อ้างว่าลูกชายผู้เสียชีวิตจะมาแอบชอบภรรยาของตนนั้น ซึ่งน่าจะเป็นการปัดประเด็นการฆ่าลูกชายตัวเองมากกว่า เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นภรรยาของนายเสถียร ผู้ต้องสงสัยมาที่บ้านเลย และด้านตนเองผู้เป็นแม่ ก็ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายครั้งนี้ พร้อมจะไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ก่อเหตุ แม้จะมาขอขมาก็ตาม เนื่องจากทำกับลูกของตนเองอย่างโหดเหี้ยมทั้งแทงทั้งเผา และอยากให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่วัดโพนแพง สถานที่ฌาปนกิจศพ นายกรุงเทพ ทองอร่าม อายุ 43 ปี เหยื่อคมมีดถูกแทงดับลากเผากองไฟ ซึ่งบรรยากาศงานเผาศพได้มีบรรดาญาติพี่น้องมาร่วมงานฌาปนกิจ เผาศพนายกรุงเทพ เป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศก และทางญาติก็ขอให้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนร้ายที่กระทำผิดมาลงโทษ และให้มีการประหารชีวิตสถานเดียวในครั้งนี้ด้วย

Advertisement

ล่าสุดด้าน พ.ต.อ.คำพล โนนุช ผกก.สภ.แก้งคร้อ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้ตามตัวนายเสถียร ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยเข้ามาสอบสวนแล้ว หลังจากที่นายเสถียรได้ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปที่จังหวัดขอนแก่น แต่โซ่รถจักรยานยนต์ได้ขาด จึงจอดทิ้งไว้ที่ บขส.ขอนแก่น และเจ้าตัวได้นั่งรถแท็กซี่กลับมาที่บ้านตัวเองในอำเภอแก้งคร้อ จนกระทั้งเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปหาและแสดงตัวเพื่อเชิญตัวไปมาสอบสวน ที่ สภ.แก้งคร้อ

ซึ่งจากการสอบสวน นายเสถียร ยังให้การปฏิเสธ แต่ทางจนท.ได้พบหลักฐาน คือ รถจักรยานยนต์ที่นายเสถียร ขับไปนั้นมีคราบเลือดติดอยู่ที่ตัวรถจักรยานยนต์ และในตัวของนายเสถียร ยังพบร่องรอยถูกของมีคมบาดหลายแห่งตามตัว และยังพาไปที่จุดทิ้งของกลาง บริเวณกลางทุ่งนา คือ มีดปลายแหลมทำครัว จึงได้เก็บมาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ( 18 ส.ค.64 ) เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในวันเกิดเหตุนายเสถียร ผู้ต้องสงสัยน่าจะมีการทะเลาะต่อสู้กันกับผู้ตาย และใช้มีดปลายแหลมดังกล่าวแทงหลายแผลจนผู้เสียชีวิตน่าจะพยายามวิ่งหนี และไปล้มทับกองไฟที่กองไว้อยู่แล้วหมดแรงทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนเสียชีวิตคากองไฟที่อยู่ใกล้กระท่อมนาในครั้งนี้ ซึ่งจากนี้ไปยังได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานช่วยตรวจสอบและนำเสื้อผ้าชุดเปื้อนเลือดและคราบเลือดบนรถจักรยานยนต์ไปตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรายนี้มีประวัติเคยก่อคดีทำร้ายร่างกายและคดียาเสพติดมาแล้วเช่นกัน ก่อน จนท.ตร.จะนำตัวนายเสถียร ไปขออนุมัติศาลจังหวัดภูเขียว เพื่อนำตัวฝากขังแล้วในวันนี้แล้วต่อไป ระหว่างรอรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นเพื่อส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป