เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่สน.พลับพลาไชย2พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2ร่วมกันจับกุม นายชาญชัย บุนนาค อายุ 39 ปี ชาวจ.นนทบุรี ในข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปในเวลากลางคืน หรือรับของโจร พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ สีแดง ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นNmax ทะเบียน 5กถ 3627 กทม. กระเป๋าถือสุภาพสตรีน 2 ใบ ของผู้เสียหา เงินสด 2,500 บาท เงินสกุลเยนจำนวน 13,000 เยน (4,500บาท) พระหลวงปู่บุญรักษ์เลี่ยมทองจำนวน 1 องค์
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 18 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากทางวิทยุนารายณ์ว่า มีเหตุวิ่งราวทรัพย์ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ น.ส.วาสนา จินดาวัฒนพงศ์ พร้อมเพื่อน4 คน ให้การกับร.ต.อ.ศุภมิตร ว่าถูกคนร้ายมีรูปร่างลักษณะท้วม สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ใส่เสื้อแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขายาว ใช้จักรยานยนต์ก่อเหตุ และหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกราชวงศ์ ตำรวจจึงวิทยุเพื่อสกัดจับ ทั้งนี้โทรศัพท์ของผู้เสียหายมีการติดตั้งระบบติดตามโทรศัพท์มือถือ และพบว่าสัญญาณดังกล่าวหยุดนิ่งที่ซอยศิริชัย ต.บางเขน ย่านจ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักพี่สาวผู้ต้องหา จึงได้ประสานเจ้าหน้าตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี ร่วมกันจับกุมนายชาญชัย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายจะเลือกเหยื่อที่สะพายกระเป๋าทางด้านขวาและไม่เดินบนฟุตปาธจะทำให้ง่ายต่อการก่อเหตุ เนื่องจากว่าหากเหยื่อสะพายกระเป๋าทางด้านซ้ายและเดินบนฟุตปาธก็อาจจะทำให้รถของผู้ก่อเหตุล้มลงได้ จึงอยากเตือนประชาชนว่าหากเวลาเดินซื้อของหรือที่ตามท้องถนนควรสะพายกระเป๋าทางด้านซ้ายมือ และประชาชนที่สวมใส่สร้อยทองก็ควรแต่งตัวให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า นายชาญชัยมีคดีความในลักษณะดังกล่าวอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ สน.ปทุมวัน สน.สําราญราษฎร์จำนวน 2 คดี สน.บางขุนนนท์ 2 คดี และติดคุกมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เพิ่งพ้นโทษมาเพียง 3 เดือนก็ได้ก่อเหตุอีก

นายชาญชัย รรับสารภาพว่า ได้ประกอบชีพส่งของย่านวรจักร ได้เงินเดือนเดือนละ 10,400 บาท แต่ขณะก่อนเหตุมีอาการมึนเมา และเงินเดือนที่ได้มานั้นใช้ไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจก่อเหตุ สำหรับรถจักรยานยนต์นั้นเป็นของพี่สาวที่นำมาใช้ในการส่งของเท่านั้น
น.ส.วาสนา กล่าวว่า ตนและเพื่อนอีก 4 คน เป็นคนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินมาเที่ยวที่เยาวราช ขณะกำลังเดินเลือกซื้อของกินบริเวณที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายมากระชากกระเป๋าของตนไป ทำให้ตนล้มลงกับพื้นและเสื้อผ้าฉีกขาด จากนั้นไม่นานตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ จึงเข้าแจ้งความ ต่อมาเวลา 03.00 น.ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้และตนได้ทรัพย์สินคืน
ต่อมาเวลา 15.40 น. ตำรวจได้ควบตัวนายชาญชัย ผู้ต้องหานำชี้จุดเกิดเหตุ ขณะชี้จุดประกอบคำรับสารภาพอยู่นั้นได้มีชาย (ของสงวนชื่อ-สกุล) ได้เดินตรงเข้ามาทำร้ายร่างกายนายชาญชัย พร้อมทั้งพูดว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานายชาญชัยได้ดักทำร้ายลูกน้องที่ทำงานในร้าน ซึ่งลูกน้องของตนเป็นคนช่วยเหลือผู้เสียหาย แต่โดนนายชาญชัยทำร้าย จนทำให้รถจักรยานยนต์ของลูกน้องเสียหลักล้มลงใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรีบควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ นอกจากนี้พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่านายชาญชัยเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ย่านเยาวราชอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้ และระหว่างการนำชี้จุดมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจและชื่นชมเจ้าหน้าพร้อมทั้งปรบมือให้กำลังใจที่สามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้อีกด้วย


