อธิบดีราชทัณฑ์ แจง ตัวเลขผู้ต้องขังคุกอุทัยธานี ติดโควิด กว่า 200 ราย เป็นยอดเก่า
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 ส.ค. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 398 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 338 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 60 ราย) รักษาหายเพิ่ม 453 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิตในวันนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 4,306 ราย (กลุ่มสีเขียว 87.3% สีเหลือง 12.3% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 412 ราย ปริมณฑล 620 ราย และต่างจังหวัด 3,274 ราย
นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ สถานะเรือนจำยังคงที่ ไม่มีการระบาดเพิ่มต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จึงมีเรือนจำสีแดงที่พบการระบาด 38 แห่ง และเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาด 104 แห่งคงเดิม โดยมี ผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 50,445 ราย หรือ 90.7% ของผู้ติดเชื้อสะสม 55,592 ราย เสียชีวิตสะสม 96 ราย
คิดเป็นอัตรา 0.17% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด
นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค.ยธ.เช้าวันนี้ โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน พบว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของกรมราชทัณฑ์ เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กล่าวคือ จำนวนเรือนจำแห่งใหม่ที่มีการแพร่ระบาดค่อนข้างชะลอตัว จากมาตรการป้องกันเชื้ออย่างเข้มข้นทั้งการตรวจหาเชื้อและกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่ รวมถึงการตรวจหาเชื้อเจ้าหน้าที่ก่อนปฏิบัติงานทุกราย และในส่วนของผู้ติดเชื้อที่รักษาหายยังมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นและมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกระบวนการรักษาผู้ติดเชื้อทุกรายที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน สามารถดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ดี และป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อ
มีอาการรุนแรงมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติม จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการติดเชื้อของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดอุทัยธานีกว่า 200 รายว่า เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี ได้ตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อและมีการระบาดตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ได้นำเสนอข่าวรายงานสถานการณ์เรือนจำติดเชื้อไปแล้ว โดยปัจจุบัน เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 231 ราย รักษาหายแล้ว 28 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 203 ราย (ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 162 ราย และสีเหลือง 41 ราย) โดยไม่มีผู้ป่วยกลุ่มสีแดง และไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิต ขณะนี้ ได้ดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเป็นระบบ และอยู่ระหว่างเตรียมแผนการสิ้นสุดการระบาดของโรค หรือ EXIT แล้ว คาดว่าจะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นปกติในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 เดือนนับจากนี้

