รองโฆษกตร. เผยแจ้งประมาท-บรรทุกนน.เกิน”นายท้ายเรือ-นายจ้าง” ระดมนักประดาน้ำค้นหาผู้สูญหายรัศมี5-6 กม.

19.09.16 | 13:30 น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี เรือโดยสารล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดสนามชัย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 15 ศพ บาดเจ็บ 45 ราย พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 14 ราย และสูญหาย 14 ราย วันนี้จะมีการระดมนักประดาน้ำจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมเจ้าท่าร่วมกันค้นหาพื้นที่ในรัศมี5-6กิโลเมตร ส่วนการดำเนินคดีกับคนขับเรือนั้น พนักงานสอบสวนคงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องการบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งใบอนุญาตที่ขอบรรทุกผู้โดยสารมีแค่จำนวน 50 คน แต่มีการบรรทุกเกินกว่า100คน ถือเป็นความผิดชัดแจ้ง ทั้งนี้การบรรทุกผู้โดยสารเกินขนาดมีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 155 กำหนดว่า ห้ามมิให้เรือยนต์ลำใดบรรทุกผู้โดยสารมากกว่าจำนวนที่แจ้งไว้ในใบอนุญาติ ถ้ามีการฝ่าฝืนก็มีความผิดตามมาตรา 161 มีโทษ จำคุกไม่เกิน6 เดือน ปรับไม่เกิน10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัวนายท้ายเรือไว้แล้ว และพนักงานสอบสวนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับเจ้าของเรือหรือนายจ้างต่อไป ว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนอกจากจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2556 แล้ว ยังต้องมีการดำเนินคดีอาญา ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมทั้งประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวแต่ความผิดหลายบท ซึ่งตำรวจต้องแจ้งทุกข้อกล่าวหา ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีตำรวจน้ำที่คอยดูแลอยู่แล้ว พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้มีความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงการท่องเที่ยวมักมีการฝ่าฝืนบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่นายจ้างทำประกันเรือไว้ 50 คน แต่จำนวนผู้โดยสารมีมากกว่านั้น ไม่ว่าจะมีประกันหรือไม่ก็ตามต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เสียหายต้องไปฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเอง