“พ.ต.ท.บรรยิน”ขอความเป็นธรรมอัยการ คดีฆ่าเสี่ยชูวงษ์ ร้องสอบก๊วนกอล์ฟก่อนเกิดอุบัติเหตุ

20.09.16 | 17:25 น.

ความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกจับกุม ดำเนินคดีฐานร่วมกันฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยล่าสุดพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องส่งให้พนักงานอัยการเมื่อวันที่13กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ต.ท.บรรยิน เปิดเผยว่า ในวันที่21กันยายน เวลา 10.00 น. ตนมอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสอบเพิ่มเติม ในสำนวนคดีที่ตนถูกกล่าวหาร่วมกันฆ่านายชูวงษ์ โดยพนักงานสอบสวนบก.ป. ได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้อัยการไปแล้ว โดยการร้องขอความเป็นธรรมขอให้อัยการพิจารณาสั่งสอบพยานของตนเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่ปรากฏในสำนวน เพราะที่ผ่านมาในการสอบสวนชั้นตำรวจไม่ได้รับพยานในส่วนที่ตนจะต่อสู้ประเด็นต่างๆ เข้าสู่สำนวน

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวต่อว่า พยานที่ตนต้องการให้อัยการพิจารณา คือ ผู้ที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์วันออกรอบตีกอล์ฟ จะได้เห็นและอยู่กับตนก่อนการเกิดอุบัติเหตุ ตนไม่ทราบว่าในสำนวนของตำรวจได้สอบสวนพยานอะไรบ้าง ครบถ้วนหรือไม่ ที่ผ่านมาทราบเพียงว่าการกล่าวหาอ้างถึงมูลเหตุการปลอมเอกสารสิทธิโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แต่เมื่อสำนวนคดีโอนหุ้นเบื้องต้นอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วหากสุดท้ายมีการชี้ขาดตามขั้นตอนสั่งไม่ฟ้อง ย่อมส่งผลต่อสำนวนคดีกล่าวหาฆ่านายชูวงษ์ด้วย เพราะตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ อย่างไรก็ดีสำหรับสำนวนคดีกล่าวหาว่าฆ่านายชูวงษ์นั้นสิ้นสุดระยะการฝากขังครั้งสุดท้ายในวันนี้ เท่ากับพ้นระยะเวลาการควบคุมตามกฎหมายแล้ว โดยในวันที่21 กันยายน จะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดพระโขนงตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังให้ครบถ้วนตามขั้นตอน เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่เคยมีเจตนาหลบเลี่ยง หรือหลบหนีใดๆ

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงรายละเอียดทางคดี เพราะยังถูกกล่าวหา ตนไม่สามารถล่วงรู้รายละเอียดใดๆในการสอบสวน แต่วันนี้เมื่อมีการส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาแล้ว ตนก็ใช้สิทธิการร้องขอความเป็นธรรมที่จะให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม หากมีส่วนใดยังไม่ครบถ้วนเพื่อจะพิสูจน์การกระทำของตน ส่วนอีกฝ่ายที่ผ่านมายื่นร้องขอความเป็นธรรมเหมือนกัน และยังมีการออกมาสัมภาษณ์ให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวพันคดีด้วย ไม่ทราบว่าได้รับข้อมูลมาจากส่วนใด ได้มาอย่างไร แต่ตามกฎหมายแม้แต่ผู้ถูกกล่าวหาเอง ยังไม่สามารถรับทราบข้อมูลทางคดีหรือพยานในสำนวนได้ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะได้เห็นพยานทั้งหมดต่อเมื่อมีการสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว จึงจะนำพยานหลักฐานมาแสดงทั้งหมดเพื่อสู้คดีกัน

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดีตอนนี้จะดำเนินการต่างๆ ตามขั้นตอน อัยการยังไม่เคยแจ้งนัดว่าจะให้ไปรายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่งทางคดีเมื่อใด คาดว่าการพิจารณาสำนวนคดีฆ่าของอัยการต้องใช้เวลาอีกพัก ส่วนคดีโอนหุ้นนั้น ต้องรอให้ ผบ.ตร. ทำความเห็นส่งกลับมาให้สำนักงานอัยการสูงสุดว่ายืนยันจะให้ฟ้อง หรือเห็นเช่นเดียวกับอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ว่าไม่ฟ้อง หากผบ.ตร.เห็นแย้งที่จะให้ฟ้อง ต้องรอให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดอีกครั้ง ตนคงไม่ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมเพราะก่อนหน้านี้เคยยื่นร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว

Advertisement