ตร.นนท์รวบคนร้ายใช้มีดตระเวนชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ อ้างเอาเงินไปใช้หนี้

20.09.16 | 18:10 น.
วันที่ 20 กันยายน เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ วิมลาพาณิชย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก. สส.ฯ ร่วมกันแถลงจับกุมตัวนายวีรภัทร หรือเล็กจำปา อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลาง จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิ๊กสี ขาว-ดำ โทรศัพท์มือถือ อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ทำการก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ย.59 เวลา 04.50 น.ได้มีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ปากซอยรัตนาธิเบศร์ 18 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี และเมื่อวันที่ 10 ก.ย. เวลา 04.40 น.ที่ร้านสะดวกซื้อภายในซอย นนทบุรี 48 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุในสองสถานที่ โดยมีลักษณะสวมใส่หมวกกันน็อคสีดำด้าน ด้านหลังติดสติกเกอร์สีแดง ใส่รองเท้าแตะหูไขว้ สีเหลือง-เขียว และใช้ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิ๊กสี ขาว-ดำ
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้คาดการไว้ว่าคนร้ายน่าจะต้องทำการก่อเหตุร้านสะดวกซื้อในพื้นที่อีกครั้ง จึงได้ทำการซุ้มโป่งตามร้านสะดวกซื้อ จนกระทั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ย.เวลา 04.00 น.พบชายต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณและขับขี่รถจยย.ตรงคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อข้างต้น ได้ขับขี่วนเวียนอยู่ภายในซอยติวานนท์ 27 แต่ทางคนร้ายเห็นว่าไม่สะดวกในการก่อเหตุลงมือ เพราะมีรถส่งสินค้าอยู่จึงได้ขับออกมามุ่งหน้าเข้าไปภายในซอยติวานนท์ 48 แยก 10 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามและและมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะมาทำการก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ จึงได้ตัดสินใจเข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นพบว่าคนร้ายนั้นคือนายภัทร จำปา พร้อมกับตรวจสอบภายในรถจยย.พบ มีดปลายแหลมยาว 11 นิ้วจำนวน 1 เล่ม จึงได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
ต่อมาหลังจากการสอบสวนนายภัทร ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ทำการก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อปากซอยรัตนาธิเบศร์ 18 และภายในซอยนนทบุรี 48 รวมถึงร้านสะดวกซื้อหน้า โรงพยาบาลกรุงไทย ถนนติวานนท์ ในพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งในการก่อเหตุแต่ละครั้งจะใช้อาวุธมีดข่มขู่พนักงานเซเว่นด้วย โดยทรัพย์สินที่ได้เป็นเงินสดและโทรศัพท์มือถือ และจะนำเงินไปใช้จ่ายหนี้สินส่วนตัว ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ที่ทางคนร้ายกล่าวอ้าง คาดว่าน่าจะมีการก่อเหตุมากกว่า 3 ครั้งตามที่ได้ให้ไว้เท่านั้น จึงต้องนำตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป