วันที่ 21 กันยายน เมื่อเวลา 09.00 น. นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ พร้อมทีมงานกู้เรือจากกรมเจ้าท่าและจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการอุดรอยแตกของท้องเรือใต้กาบเรือด้านขวา ด้วยไม้อัด 2 แผ่น ที่เป็นรอยแตกขนาดใหญ่ แผลยาวประมาณ 5 เมตร พร้อมกับมีการอุดรอยรั่วเพิ่มเติม ระหว่างแผ่นไม้อัดและท้องเรือ เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าท้องเรือ จากนั้นมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ พร้อมกับสูบน้ำตลอดเวลา เพื่อเลี้ยงระดับน้ำในท้องเรือ ให้มีน้ำไหลออกจากเรือมากกว่าน้ำไหลเข้า
โดยได้เริ่มเคลื่อนย้ายเรือด้วยเรือเครนประคองหัวและท้าย ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงคานเรือศรีเจริญท้ายวัดพนัญเชิงวรวิหาร จากนั้นจะได้มีการเคลื่อนย้ายเรือขึ้นบนฝั่ง เพื่อตรวจสอบเรืออย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ชำนาญการด้านการต่อเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ รวมถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อตรวจหาหลักฐานถึงสาเหตุของเรือที่จมลงอย่างรวดเร็วจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
รายงานระบุว่า ขณะนี้สาเหตุหลักคือคนขับเรือประมาท แล่นเรือเร็วแซงเรือบรรทุกทรายในทางโค้งของแม่น้ำ ต้องดูว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่าได้ยินเสียงดังมาก 1 ครั้งก่อนเรือจะจมลง

ส่วนแนวทางช่วยเหลือ ได้มีการจัดเงินมอบช่วยเหลือเบื้องต้นให้ศพละ 38,000 บาท ประกอบด้วย เงินจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมศพละ 4,000 บาท, เหล่ากาชาดจังหวัดศพละ 3,000 บาท, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศพละ 2,000 บาท, นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยาศพละ 2,000 บาท, นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยาศพละ 2,000 บาท, มูลนิธิป่อเต็กตึ้งศพละ 15,000 บาท และเจ้าของเรือ คือนายสุนทร พันธุ์เสือทอง มองเงินช่วยแหลือศพละ 10,000 บาท รวมแล้ว 28 ศพ เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 952,000 บาท
ขณะที่แนวทางช่วยเหลือต่อเนื่องนั้น สำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ภาค 1 อยุธยา ยืนยันผู้เสียชีวิตได้รับสิทธิ ฯ ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ให้แก่ผู้เสียหาย ญาติผู้เสียหาย กรณีเสียชีวิตไม่เกินศพละ 100,000 บาท และบาดเจ็บจ่ายตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท และค่าขาดประโยชน์ทำกิน วันละ 200 บาท ไม่เกิน 1 ปี

