เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายบัญชา ชัยจำ ทนายความ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และ ส.ส.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยชูวงษ์ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดรับมอบหนังสือแทน
นายบัญชาเปิดเผยว่า วันนี้นำเอกสารร้องขอความเป็นธรรมรวม 6 หน้า มายื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณาในประเด็นที่ พ.ต.ท.บรรยินถูกกล่าวหาว่าเจตนาฆ่านายชูวงษ์ โดยให้ข้อมูลยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่เป็นอุบัติเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฝ่ายผู้เสียหายก็ได้มายื่นขอความเป็นธรรมไว้แล้ว เราจึงมายื่นขอความเป็นธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อจะได้รับความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่อยากให้มีการชี้นำแต่ขอให้ทุกอย่างไปตามพยานหลักฐาน
“เป็นภาพรวมในประเด็นเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการออกจากสนามกอล์ฟ ซึ่งมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งส่วนไหนที่เราจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราได้ ก็ขอให้สอบสวนในส่วนนั้น ส่วนพนักงานสอบสวนสอบพยานปากใดไว้แล้วแต่ยังสอบไม่ถึงในประเด็นที่เราอยากให้สอบ ก็ขอให้สั่งสอบสวนเพิ่ม” นายบัญชากล่าว
นายบัญชากล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นต่างๆ ที่ขอให้สอบสวนเพิ่มเติมนั้นก็ได้ยื่นกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ไปแล้วด้วย ส่วนกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีโอนหุ้น 300 ล้านบาท ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นมูลเหตุจูงใจในคดีฆ่านายชูวงษ์ก็ถือว่าตกไปและจะต้องตัดประเด็นนี้ออก ซึ่งในสำนวนคดีฆ่าผู้ตายนั้น พ.ต.ท.บรรยินไม่ได้กังวลใจ เพราะเป็นอุบัติเหตุได้ไม่มีเจตนาฆ่าอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องรอดูว่าพนักงานอัยการจะพิจารณาสั่งคดีฆ่านี้อย่างไร
นายประยุทธกล่าวว่า จะรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาในสำนวนคดีฆ่านายชูวงษ์ได้เพื่อเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ดังนั้น เอกสารหนังสือร้องขอความเป็นธรรมก็จะนำไปพิจารณาร่วมกับสำนวนคดีดังกล่าวเพื่ออัยการสูงสุดจะได้สั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับคดีโอนหุ้นที่อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ สั่งไม่ฟ้องนั้น ยังไม่ทราบว่าทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความเห็นหรือส่งสำนวนกลับมาให้อัยการหรือยัง แต่ในแง่ข้อกฎหมายนั้น ถ้าผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นพ้องกับอัยการที่สั่งไม่ฟ้องก็ต้องถือว่าคดีโอนหุ้นสิ้นสุดตามกฎหมาย แต่หากเห็นแย้งกับอัยการ สำนวนดังกล่าวนั้นก็จะถูกส่งกลับมาให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวว่า เมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ตามขั้นตอนหนังสือนั้นจะถูกส่งเข้ามายังสำนักงานงานคดีกิจการอัยการสูงสุดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมพิจารณา ซึ่งจะได้มีการตรวจดูรายละเอียดแล้วส่งไปให้สำนักงานคดีที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ที่รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาสำนวนคดี ขณะที่ฝ่ายครอบครัวนายชูวงษ์ก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาตนก็ได้มอบหมายให้นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล รองอัยการสูงสุด ที่ควบคุมดูแลด้านคดีอาญาได้รับผิดชอบคดีฆ่าไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ขณะที่หนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้นจะส่งผ่านให้สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุดที่มีรองอัยการสูงสุดอีกคนหนึ่งรับผิดชอบดูแล แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาก็จะเป็นไปในทางเดียวกัน

