ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ สภ.กุสุมาลย์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร นายวิรัช วิรัณธนา อายุ 37 ปี ชาวสกลนคร และ น.สภัทรฤทัย พรมนิล อายุ 30 ปี ชาว จ.นครพนม เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กิตติชัย จักรบุตร พนักงานสอบสวน สภ.กุสุมาลย์ หลังจากประสบเหตุเฉียดตายจากแก๊งป่วนเมืองพร้อมพาสื่อไปดูจุดที่เกิดเหตุ
นายวิรัช วิรัณธนา เปิดเผยว่า วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ตนเดินทางไปทำธุระเขตพื้นที่ จ.นครพนม ด้วยรถยนต์ส่วนตัว เมื่อเดินทางกลับใช้เส้นทาง อ.ศรีสงคราม-บ้านท่าแร่ ทางหลวง 2132 เวลาประมาณ 21.30 น. เดินทางมาถึงบ้านกุงศรี เขต อ.กุสุมาลย์ หลัก กม.11 ระหว่างรถมุ่งหน้าเข้าบ้านกุงศรี เป็นช่วงทางโค้งซ้ายเส้นทางมืดมาก ปรากฏว่าเห็นกิ่งไม้ใหญ่วางขวางทางด้านหน้าอย่างกระชั้นชิด รีบเปิดไฟสูงก่อนจะหักหลบ พร้อมกับมีเสียงของแข็งมากระแทกที่ประตูด้านขวาของรถอย่างแรง รถขับเลยมาเพียง 10 เมตร ไฟหน้ารถส่องเห็นชายวัยรุ่นยืนหลบมุมเสาด้านซ้ายข้างทาง และจำหน้าได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะตั้งสติไม่จอดรถรีบออกจากที่เกิดเหตุ เพราะเชื่อว่าหากตนประสบเหตุได้ รับบาดเจ็บหรือจอดรถ ต้องเกิดการชิงทรัพย์อย่างแน่นอน เมื่อถึงที่พักปลอดภัยแล้วดูรอยที่รถเห็นว่ารถมีรอย 1 รอย เป็นหลุมลึก รอยนี้ไม่ใช่หินที่ขว้างมา คาดเป็นลูกกรดปืนล่าสัตว์ ถือว่าโชคดีที่ไม่โดนกระจกซึ่งห่างนิดเดียว อาจเกิดเหตุรุนแรงกว่านี้ได้ จึงได้ลงโซเซียลเตือนให้เพื่อนร่วมทางระมัดระวังในจุดดังกล่าวให้มากขึ้น
ด้าน น.สภัทรฤทัย พรมนิล เล่าว่า วันเดียวกัน ตนขายของตลาดนัดที่บ้านท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร เมื่อขับรถส่วนยนต์ส่วนตัวจะเดินทางกลับบ้านพักที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เมื่อผ่านบ้านกุงศรี ออกมา ประมาณ 300 เมตร เลนของตนเป็นเลนขวา เมื่อมาถึงโค้งที่เกิดเหตุ เห็นกิ่งไม้วางขวางถนน ลักษณะคล้ายสัญญาณบอกว่ารถเสียด้านหน้า จึงรีบหักรถหลบเต็มกำลัง จนรถเลยไปเลนขวาเกือบไปชนรถฝั่งตรงข้ามที่สวนมา จังหวะเดียวก็มีเสียงดังปังอย่างแรง บริเวณฝั่งด้านซ้ายด้านหน้ารถ จังหวะนั้นเริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัยจึงไม่จอดรถ รีบขับรถหนีออกจากที่เกิดเหตุมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ทันที พบรอย 1 รอย ลักษณะเดียวกันกับนายวิรัช วิรัณธนา จนผ่านมา 3 วัน นายวิรัช วิรัณธนา ที่ขับรถสวนกับตนได้ออกมาแชร์เหตุการณ์ดังกล่าวลงโซเซียล จนได้พูดคุยกันว่า วันนั้นประสบเหตุเฉียดตายมาพร้อมกัน ยังคิดว่าหากโดนกระจกรถแตกจะทำอย่างไร เพราะตนก็ผู้หญิงคนเดียวต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวทุกวันในการเดินทางไปกลับเพื่อขายของที่บ้านท่าแร่ และได้ยินมาว่ารถบรรทุกก็โดนลักษณะเดียวกันมาหลายรายแล้ว จึงอยากให้ จนท.ตำรวจ ดำเนินการด้วย
ด้าน พ.ต.ท.กิตติชัย จักรบุตร พนักงานสอบสวน สภ.กุสุมาลย์ ระบุว่าเรื่องดังกล่าวทาง จนท.ตำรวจได้รับแจ้งในวันเกิดเหตุ มีการส่ง จนท.ไปตรวจสอบ แต่ไม่พบและไม่มีผู้ร้องทุกข์ วันนี้ทั้ง 2 คน เป็นผู้ประสบเหตุได้มาแจ้งความร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าว อยู่ห่างจาก สภ.กุสุมาลย์พอสมควร เพราะพื้นที่รับผิดชอบกว้างมาก แต่อย่างไรก็ตาม จะจัด จนท.สายตรวจ ออกปฏิบัติงานเข้มขึ้น และส่ง จนท.สืบสวน ลงหาแก๊งป่วนเมืองกลุ่มนี้ คาดทำกันหลายคน และเป็นคนในพื้นที่ ทั้งนี้ จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อสั่งการให้ดำเนินการต่อไป


