เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่โรงแรมแกรนด์ไฮเอท เอราวัณ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้คดีเรื่องหุ้นทั้งหมดไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณา ว่าเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้หรือไม่ ถ้าเห็นแย้งจะต้องส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุดตัดสิน และต้องรอว่าอัยการสูงสุดจะเห็นเหมือนอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้หรือเห็นแย้งเหมือน ผบ.ตร. ทั้งหมดอยู่ระหว่างรอคำตัดสิน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)ได้ส่งสำนวนทั้งหมดไปให้อัยการและอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ญาติได้ไปร้องเรียนกับอัยการสูงสุดขอให้เปลี่ยนผู้ดูแลคดี และตั้งคณะทำงาน เพื่อมาดูแลคดีโดยตรง เพราะไม่ไว้วางใจ
นางวันเพ็ญกล่าวต่อว่า ระหว่างที่ร้องเรียน หรือระหว่างรอ ทั้งคดีหุ้น และคดีฆาตกรรม ว่าอัยการจะสั่งอย่างไร ทางญาติจะขอฟ้องร้องเองทั้ง 2 คดี เนื่องจากเชื่อมั่นในหลักฐานทั้งหมดที่มี อาทิ เรื่องหุ้น หรือเรื่องฆาตกรรม ว่าสามารถส่งฟ้องได้ โดยเฉพาะเรื่องหุ้น ที่สั่งว่าไม่ฟ้อง ตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมไม่ฟ้อง เนื่องจากทุกคนคงทราบดีว่าหลักฐานเรื่องหุ้นนั้น ค่อนข้างชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทั้งหมด หรือหน่วยงานที่ศาลอนุมัติหมายจับ หรือหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์ ที่สั่งลงโทษบริษัทโบรกเกอร์ หรือหน่วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีการอายัดทรัพย์ทั้งหมด หน่วยงานทั้งหมดนี้มีความน่าเชื่อถือ แต่เพราะเหตุใดถึงไม่เอาความเห็นของหน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ แม้กระทั่งอัยการเจ้าของสำนวน อัยการผู้เชี่ยวชาญ และรองอธิบดีที่พิจารณาเรื่องดังกล่าว แล้วมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 3 ท่าน แต่พอต่อมาสั่งไม่ฟ้อง ทางอัยการไม่ได้ชี้แจงว่าทำไมถึงสั่งไม่ฟ้อง อยากฝากนักข่าวลองถามให้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
นางวันเพ็ญกล่าวอีกว่า สรุปได้เลยว่าทางญาติยืนยันจะฟ้องร้องเองทั้ง 2 คดี เพราะว่าคดีหุ้น ตำรวจ บก.ป.ส่งสำนวนให้กับอัยการตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2558 เพิ่งจะสั่งคดีเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ใช้เวลานานมาก เลยคิดว่าความล่าช้าคือความไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นคดีฆาตกรรม จึงไม่จำเป็นต้องรอ

