ราชทัณฑ์แจง นักโทษกว่า 1 พันราย ติดโควิดคุกวัยหนุ่มนครศรีฯ เป็นกลุ่มสีเขียว
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 790 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 676 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 114 ราย) รักษาหายเพิ่ม 531 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,967 ราย (กลุ่มสีเขียว 83.7% สีเหลือง 16% และสีแดง 0.3%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 487 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 143 ราย และต่างจังหวัด 5,337 ราย
นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ มีเรือนจำที่พ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดนครนายก และทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา ขณะที่มีเรือนจำระบาดเพิ่ม คือ เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นการระบาดซ้ำ ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงจำนวน 33 แห่ง และเรือนจำสีขาว 109 แห่ง โดยมี
ผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 57,319 ราย หรือ 88.1% ของผู้ติดเชื้อสะสม 65,042 ราย เสียชีวิตสะสม 135 ราย
คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว และสูงอายุ แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรม
ทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย
นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช พบผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กว่า 1 พันราย นั้น ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราชได้ตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อและประกาศเป็นเรือนจำที่มีการแพร่ระบาดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 ตามที่ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ทราบไปแล้ว และต่อมาได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังทุกราย จำนวน 2,310 ราย ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ซึ่งช่วยให้ทราบผลและได้รับการรักษาตามมาตรฐานอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งพบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อจำนวน 1,195 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวทั้งหมด และแม้จะยังไม่ใช่ผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อด้วยวิธี RT-PCR แต่ผู้ต้องขัง ทุกราย ได้รับการจ่ายยาฟ้าทะลายโจร หรือยาฟาวิพิราเวียร์ พร้อมด้วยการรักษาและยาอื่นๆ ตามลักษณะอาการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

