กองปราบ บุกจับบ่อนไก่พัทลุง ลอบเปิดไม่สนโควิด นักพนันนับร้อยวิ่งแตกกระเจิง

กองปราบบุกจับบ่อนไก่พัทลุง ลอบเปิดไม่สนโควิด นักพนันนับร้อยวิ่งแตกกระเจิง ก่อนตามรวบได้ 10 คน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพล แป้นแก้ว รองผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเข้าตรวจสอบขนำ ไม่มีเลขที่ กลางทุ่งนา พื้นที่หมู่​ 8 ต.ท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง​ หลังรับแจ้งมีการลักลอบเปิดบ่อนไก่ชน

ทั้งนี้​เมื่อไปถึงพบรถยนต์ และ รถจยย.จอดอยู่ริมถนนปากทางเข้าเป็นทางยาวจำนวนกว่า 70 คัน​ โดยมีบรรดาเซียนพนันจำนวนเกือบ 100 ราย กำลังนั่งล้อมวงเล่นพนันชนไก่อย่างสนุกสนาน​ กระทั่งพอเห็นเจ้าหน้าที่กลุ่มนักพนันดังกล่าวจึงแตกหือวิ่งหลบหนีเข้าไปในทุ่งนากระจายกันไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่จึงพยายามไล่ติดตาม

ก่อนสามารถตามจับกุมกลับมาได้​ จำนวน 10​ คน​ พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ไก่ชนจำนวนนับสิบตัว เงินสดจำนวนหนึ่ง อุปกรณ์ในการจัดสถานที่ชนไก่​ไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจึงนำตัวส่ง สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดีในข้อหา
ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่) พนันเอาทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำกึ่งกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด​

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า บ่อนการพนันชนไก่ดังกล่าวได้ลักลอบเปิดมาได้ในระยะหนึ่ง แต่เป็นการเปิดแบบชั่วคราวไม่ได้เปิดทุกวัน หรือเปิดเฉพาะวันที่มีการนัดหมายชนไก่เดิมพันนัดพิเศษ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีนักพนันเดินทางมาเล่นในบ่อนแห่งนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยคน นอกจากนี้ทางเจ้าของบ่อนยังอนุญาตให้แอดมินกลุ่มไก่ชนบางคนสามารถถ่ายทอดสดการชนไก่ผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ของกลุ่มนักเล่น ได้อีกด้วย

แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายค่าถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สด เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ต่อกล้อง 1 ตัว โดยกลุ่มหนึ่งจะมีนักพนันประมาณ 500 คนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งแต่ละครั้งที่มีการเปิดชนไก่จะมีกล้องหรือโทรศัพท์ถ่ายทอดสดแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 50 เครื่อง โดยเจ้าของบ่อนจะได้รับเงินจากค่าถ่ายสดประมาณ 300,000 บาท อีกทั้งแต่ละครั้งที่จัดพนันชนไก่จะมีเงินพนันหมุนเวียนในบ่อนไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท

Advertisement

อย่างไรก็ตามภายขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ่อนไก่ชนดังกล่าวได้ไม่นาน ​ได้มีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อเข้ามากดดันเจ้าหน้าที่​ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นมวลชนของนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image