รองโฆษกตร.เผยกำลังศึกษาเพิ่มค่าปรับ 4 เท่า มั่นใจไม่เปิดช่องโหว่ทำยอดใบสั่งกินส่วนแบ่ง

23.09.16 | 15:06 น.

เมื่อวันที่23 กันยายนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เสนอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย กวดขันในเรื่องการออกใบสั่งให้เป็นวาระพิจารณาเร่งด่วน หากใครได้รับใบสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไม่ไปชำระเงินภายใน 30 วัน จะต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มเป็น 4 เท่า ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นแนวคิดในที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเป็นมาตรการในระยะยาว ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เพื่อแก้ปัญหาที่ประชาชนถูกใบสั่งแล้วไม่มาชำระเงิน ก่อนหน้านั้นการแก้ปัญหาจราจรแบบแยกส่วน แต่วันนี้แบบบูรณาการ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหานี้แก้ไม่ยาก ถ้าทุกคนร่วมมือกัน ยังไม่ถึงเวลามาตรา44


ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มค่าปรับ4เท่า จะเป็นการเปิดช่องทางให้ตำรวจจราจรแข่งกันทำยอดใบสั่งหรือไม่ เนื่องจากได้ถ้าทำได้มากก็ได้ส่วนแบ่งมาก พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่เกี่ยวกับการทำยอดใบสั่ง ยืนยันว่าการเพิ่มค่าปรับไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เป็นหนึ่งในมาตรการในการดำเนินการเท่านั้น ซึ่งมีทั้งปัญหาด้านกายภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันพี่น้องประชาชนฝ่าฝืนกฎจราจรจำนวนมาก 1เดือนมีผู้กระทำผิดเกือบ1แสนราย การบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาไม่เป็นผลเท่าที่ควร เพราะว่าสถิติการออกใบสั่งจราจร100 เปอร์เซ็น มีผู้มาชำระค่าปรับแค่30 เปอร์เซ็น และอีก70 เปอร์เซ็นก็ลอยนวล นี่จึงเป็นที่มาว่าควรเพิ่มกฎลงโทษ พร้อมวางมาตรการต่างๆไว้ เช่น อายัดรถไว้ก่อน เพื่อให้คนที่ทำผิดได้ชำระค่าปรับ อย่างไรก็ตามตนมองว่าถ้าไม่ได้ฝ่าฝืนก็ไม่ต้องกลัว

“ผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งภาพรวมทั้ง 21 สายหลัก สามารถลดระยะเวลาเดินทางได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีบางเส้นทางที่ยังมีความล่าช้าอยู่ โดยเฉพาะถนนลาดพร้าว ช้าลงประมาณ 35 นาที เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีประชาชนอาศัยจำนวนมาก จึงทำให้มีรถยนต์ค่อนข้างหนาแน่น ประกอบกับมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จึงทำให้การจราจรค่อนข้างจะติดขัด เช่นเดียวกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่ยังติดขัด ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้หารือกับการรถไฟ ขอเพิ่มเส้นทางบริเวณแยกคลองเตย บริเวณแยก ณ ระนอง จะมีการยกรางรถไฟที่ขวางทางเพื่อเพิ่มช่องทางจราจร แยกผ่านพิภพ ช่วงสะพานพระปิ่นเกล้า จะมีการทุบเกาะกลางให้เล็กลง และถนนรามอินทรา ช่วงสะพานข้ามวิภาวดีเข้าสู่ถนนแจ้งวัมนะ จะมีการลดช่องทางกลับรถที่มีมากเกินไป เพื่อให้การจราจรเกิดความคล่องตัวมากขึ้น” รองโฆษก ตร. กล่าว

Advertisement