จับหนุ่มไต้หวันแก๊งคอลฯอ้าง’บิ๊กดีเอสไอ’ตุ๋นเหยื่อสาวกว่า 12 ล.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ สน.หลักสอง พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ร่วมกันแถลงจับกุม นายจาน ชาง บิน อายุ 30 ปี สัญชาติไต้หวัน ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ 1 ชุด เครื่องกระจายสัญญาณระบบ 2G 3G 4G แบบ WIFI 1 ชุด เสารับสัญญาณ 8 ต้น เงินสด 250,000 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ 5 เล่ม บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ 7 ใบ สลิปฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย 6 ใบ ยอดรวม 600,000 บาท สลิปฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย 1 ใบ ยอดเงิน 7,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองขณะกำลังเดินทางเข้าประเทศก่อนพาตัวไปขยายผลตรวจค้นของกลางเพิ่มเติมที่ห้องพักย่านลาดพร้าว

พล.ต.ต.สุธีร์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 มีผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์และงานกราฟิกดีไซน์เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายโทรศัพท์เข้ามาที่มือถืออ้างตัวเป็น พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งในช่วงนั้น โดยหลอกลวงผู้เสียหายว่า ขณะนี้กำลังถูกตรวจสอบเงินในบัญชีเนื่องจากไปพัวพันกับคดีปลอมแปลงเอกสารและคดีฟอกเงิน จากนั้นก็มีการโอนสายไปที่คนร้ายรายอื่นๆ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบ้าง เป็นพนักงานธนาคารกสิกรไทยบ้าง พอผู้เสียหายตื่นตระหนกหลงเชื่อก็ถือโอกาสลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีต่างๆ 16 ครั้ง สูญเงินไป 12,700,000 บาท เมื่อผู้เสียหายตั้งสติได้จึงโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ต่างๆ ตามที่มีคนร้ายโทรศัพท์มาปรากฏว่าไปติดเบอร์โทรศัพท์กลางองค์กรต่างๆ ที่คนร้ายกล่าวอ้างจริงแต่ตรวจสอบแล้วไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดกระทำเรื่องผิดกฎหมายในลักษณะนี้ จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง เพื่อให้หาตัวคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า หลังรับแจ้งความได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ เป็นผู้ควบคุมดูแลคดี โดยจัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วย พ.ต.อ.พรเทพ กลิ่นอุดม ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 ให้ประสานข้อมูลกับกองการต่างประเทศ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จนสามารถสืบสวนได้เบาะแสคนร้ายแก๊งดังกล่าว เป็นชาวไทยไปอาศัยอยู่ที่ไต้หวัน โทรศัพท์ข้ามประเทศมาหลอกลวงคนไทยให้โอนเงินเข้าบัญชีไปหลายราย โดยมี นายจาน ชาง บิน ผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากดเงินในบัญชีทั้งหมด ชุดสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหว จนพบข้อมูล นายจาน ชาง บิน จะเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านสนามบินดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์  เลยนำกำลังไปรวบตัวไว้ได้ก่อนพาไปขยายผลตรวจค้นที่ห้องเช่าย่านลาดพร้าวพบเงินสด บัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม ที่มีคนไทยว่าจ้างเปิดบัญชีให้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แปลงสัญญาณเป็นเบอร์โทรศัพท์สำนักงานราชการ และองค์กรต่างๆ ตอนที่ผู้เสียหายติดต่อกลับเพื่อเพิ่มความแนบเนียน จึงตรวจยึดมาดำเนินคดีที่ สน.หลักสอง

ขณะที่ พ.ต.ท.วิเชียรกล่าวว่า จากการสอบสวน นายจาน ชาง บิน ผู้ต้องหาผ่านล่ามยังให้การไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก แต่จากการขยายผลพบมีผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวไต้หวัน 2 ราย คือ นายอาจง หรือลีโอ อายุ 27 ปี ทำหน้าที่ว่าจ้างคนไทยไปเปิดบัญชี และ นายอาฉาง อายุ 30 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงขออนุมัติหมายจับศาลอาญาธนบุรี เอาไว้ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นเอาไว้แล้ว โดยหลังจากนี้จะประสานทางการไต้หวันช่วยตามล่าตัวมาดำเนินคดี ส่วนคนไทยที่เดินทางไปเป็นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของคนร้ายที่ไต้หวัน ตอนนี้ยังไม่ทราบจำนวนซึ่งจะให้ทางการไต้หวันช่วยสืบสวนหาที่ตั้งของศูนย์หลอกลวงดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อมูลรายชื่อคนไทยที่ไปรับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคนร้ายแก๊งนี้ประมาณ 16 คน ทางพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง จะเรียกตัวมาสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image