จนท.ทลายสถานบันเทิงเถื่อนข้างสถานศึกษาในเชียงราย พบเปิดเกินเวลา-เยาวชนต่ำกว่า 20 เพียบ

24.09.16 | 15:10 น.

วันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดเชียงราย, ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช, ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่, สารวัตรนักเรียน และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จำนวนกว่า 50 นาย นำโดยนายชัยวุฒิ มีปราชญ์สม เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ และนายณรงค์ ซาวคำเขตต์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ได้ร่วมกันออกตรวจสถานบันเทิงย่านตำบลบ้านดู่และตำบลท่าสุด รอบๆ สถานศึกษาเพื่อดำเนินการตามคำสั่งของ คสช.ในการดูแลสังคมให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

โดยที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า ร้าน “หนามหลวง” (หลบมุม) ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนสายข้างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ด้านตะวันตก มีการเปิดร้านเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ เมื่อไปถึงร้านดังกล่าวพบว่าด้านหน้าร้านมีการปิดไฟไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ภายในร้านที่เรียกว่า “ควิซ โซน” (Quiz Zone) ที่มีการตกแต่งเป็นผับกลับเปิดเพลงเสียงดัง โดยมีนักท่องราตรีชายหญิงกำลังดื่มเครื่องดื่มที่มีมีแอลกอฮอล์และเต้นกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่นักเที่ยวกลางคืนกลับแตกฮือและวิ่งหนีออกจากร้านไปหลายสิบคน อีกส่วนหนึ่งหนีไปจนมุมอยู่ด้านหลังห้อง และเมื่อขอดูบัตรประชาชนพบว่าอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 31 คน ไม่พกพาบัตรประชาชน 14 คน จึงทำการจับกุมตัวเยาวชนทั้งหมดไว้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจใบอนุญาตของร้าน พบว่า น.ส.นิต้า พะวงจิตร อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของสถานบันเทิงดังกล่าว แจ้งว่าร้านขออนุญาตเป็นร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.นิต้า ว่าเปิดสถานบริการผิดประเภท เปิดร้านเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าใช้บริการ และจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้เยาวชน จากนั้นจึงนำตัว น.ส.นิต้าและเยาวชนทั้งหมดส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบ้านดู่

ด้านนายชัยวุฒิกล่าวว่า จังหวัดเชียงรายโดยชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคม จะออกตรวจสถานบันเทิงในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นประจำ เดือนละหลายครั้ง และในวันนี้ได้ตรวจพบร้าน “หลบมุม” ได้ละเมิดคำสั่งที่ 22/58 ของคณะ คสช. จึงทำการจับกุมเพื่อนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันจะมีการเสนอปิดกิจการร้านดังกล่าวต่อไป