วันที่ 24 กันยายน จากกรณีที่ได้มีคนร้ายมือดีดอดเข้าไปขโมยอาวุธปืนที่เก็บรักษาอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์วีระไทยเฉลิมพระเกียรติพระชนมายุ 72 พรรษา (พิพิธภัณฑ์พ่อจ่าดำ) ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช หายไปจำนวน 2 กระบอก เหตุเกิดเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างไม่พอใจพร้อมกับสาปแช่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งแกะรอยติดตามคนร้ายนั้น ล่าสุดตลอดทั้งวันที่บริเวณอนุสาวรีย์วีระไทย(พ่อจ่าดำ) ได้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างทะยอยพากันมาจุดทูปเทียนถอนคำบนบานสานกล่าว และจุดประทัดถวายเพื่อเป็นการแก้บนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ภายหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีพร้อมของกลางอาวุธปืนที่หายไปกลับมาได้แล้ว ซึ่งชาวบ้านทุกคนต่างพากันดีใจและขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด
จ.ส.อ.เรวัตร เฟื่องขจร ผบ.หมู่ แผนที่ ประจำกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 150 ค่ายวชิราวุธ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวพร้อมกับพลทหารอีก 1 คน กล่าวว่า ภายหลังเกิดเรื่อง ตนเกิดความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เกรงว่าจะได้รับผลกระทบในหน้าที่การงาน แต่ที่ผ่านมาทางผู้บังคบบัญชาให้ความเมตตาตนเป็นอย่างมาก เพียงแต่ให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น แต่เวลาผ่านไปความกดดันยิ่งเพิ่มเมื่อชาวบ้านแวะเวียนมาถามไถ่อยู่ตลอดเวลาว่าได้อาวุธปืนกลับคืนมา ตนได้แต่บอกเพียงเจ้าหน้าที่กำลังติดตามอยู่ ทำได้เพียงบนบานสานกล่าวกับองค์”พ่อจ่าดำ”ไว้เหมือนๆกับชาวบ้าน ว่าขอให้ได้อาวุธปืนกลับคืนมาเร็วๆ และหากได้มาจะจุดประทัดถวาย 1 หมื่นนัด มาวันนี้ตนรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้ และต้องขอขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารออกไปให้ชาวบ้านรับรู้ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจสอบ จนมีพลเมืองดีแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าอาวุธปืนดังกล่าวคนร้ายได้นำไปจำหน่ายเป็นทอดๆ โดยสุดท้ายไปอยู่ในพื้นที่ อ.นบพิตำ และต่อจากนี้ไปจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

รายงานะระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวไม่ได้ถูกเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ เนื่องจากผู้กระทำความผิด เป็นลูกหลานของกำลังพลทหารภายในค่าย และพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กร โดยผู้สื่อข่าวได้ทำการติดตามข้อมูลภายหลังทราบว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.นายนิรุตดิ์ ณ เพชรวิจารณ์ อายุ 24 ปี 2.นายชัยพร ห่อหุ้ม อายุ 32 ปี 3.นายวิเชียร กาญจนพันธ์ อายุ 46 ปี 4.นายสิทธิชัย มุสิกะโปน อายุ 43 ปี 5.นายอุทัย ทิพย์รัตน์ อายุ 52 ปี และ6.นาย จักรพรรดิ ราชประดิษ อายุ 24 ปี ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ซื่ออาวุธปืนกันมาเป็นทอดๆ โดยการนำมาของนาย นิรุตดิ์แล้วนำไปจำหน่ายต่อๆกัน ในราคา 6 พันบาท 9 พันบาท และมือสุดท้าย นายจักรพรรดิ ราชประดิษ รับซื้อเป็นมือสุดท้ายในราคา 1 หมื่น 3 พันบาท จนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้กระทำความผิดทราบ ฐานความผิด มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกทะเบียนให้ได้(อาวุธสงคราม) มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ ขโมยทรัพย์สินทางราชการ และรับซื้อของโจร เพื่อส่งตัวดำเนินคดี ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะได้รับการประกันตัวออกไปในที่สุด

