รมว.ยุติธรรม จี้กรมราชทัณฑ์ เร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรกนักโทษให้ครบ ภายในกลางเดือนนี้

รมว.ยุติธรรม จี้กรมราชทัณฑ์เร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรกนักโทษให้ครบภายในกลางเดือนนี้ หวังลดการแพร่ระบาดในเรือนจำ อธิบดีคุกยันดูแลทุกคนตามมาตรฐานสาธารณสุข-พร้อมกำชับทุกฝ่าย ป้องกันเชื้ออย่างเคร่งครัด-แบ่งแยกแดนกักโรคอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ว่า วัคซีนที่ได้รับจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดมีผู้ต้องขังที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 149,324 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 58,679 ราย ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 138,011 ราย

โดยผู้ต้องขังที่เคยติดเชื้อโควิดประมาณ 70,000 ราย โรงพยาบาลแม่ข่ายจะฉีดวัคซีนให้ภายหลังจากรักษาหายแล้วอย่างน้อย 1 เดือน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 13,832 ราย เข็มที่สอง 13,450 ราย และเข็มที่สาม 3,521 ราย ยังขาดอีก 389 ราย ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยล่าสุดมีเรือนจำที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกครบแล้วทั้งสิ้น 96 เรือนจำ ยังขาดอีก 47 เรือนจำ ซึ่งเราต้องเร่งฉีดให้ครบทั้งหมดภายในกลางเดือนนี้

“เราต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ต้องขังทุกคนให้ครบ โดยตนได้กำชับไปยังกรมราชทัณฑ์ว่าภายในกลางเดือน ต.ค.นี้ ผู้ต้องขังทุกคนต้องได้รับวัคซีนเข็มแรกครบทุกคน เพื่อให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในเรือนจำลดลงจนค่อยๆ หมดไป เพราะจะทำให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น ตนยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผู้ต้องขังจะต้องได้รับวัคซีนครบทั้งสองเข็มโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ญาติพี่น้องเกิดความสบายใจต่อการดูแลของกรมราชทัณฑ์” นายสมศักดิ์กล่าว

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 362 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 342 ราย และในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 20 ราย) รักษาหายเพิ่ม 472 ราย เสียชีวิต 1 ราย (จากเรือนจำกลางอุดรธานี)
ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,016 ราย (กลุ่มสีเขียว 80.5% สีเหลือง 19% และสีแดง 0.5%)

นายอายุตม์กล่าวว่า ในวันนี้ สถานะเรือนจำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไม่พบเรือนจำระบาดใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 กล่าวคือ มีเรือนจำสีแดง 22 แห่ง และเรือนจำสีขาว 120 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 65,432 ราย หรือกว่า 92.9% ของผู้ติดเชื้อสะสม 70,452 ราย เสียชีวิตสะสม 156 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2%
ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

นายอายุตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ศบค.ยธ. โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานการประชุมในเช้าวันนี้ ได้กำชับให้ทุกฝ่ายให้รักษามาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในเรือนจำสีขาว ทั้งที่ยังไม่แพร่ระบาดหรือที่พ้นจากการระบาดแล้วเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำได้อีก โดยเฉพาะการแยกกักโรคผู้ต้องขังทุกราย และการแบ่งพื้นที่แดนกักโรคออกจากพื้นที่แดนในของเรือนจำ
อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการติดต่อหรือแพร่กระจายเชื้อระหว่างกันได้ รวมถึงการกักโรคในผู้ต้องขังป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลภายนอกและผู้ต้องขังที่ออกนอกพื้นที่เรือนจำ เมื่อกลับเข้าพื้นที่จะต้องกักตัวเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรับใหม่ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มีการนำเชื้อจากภายนอกเข้าในเรือนจำโดยเด็ดขาด

ด้านสถานการณ์เรือนจำแพร่ระบาดในวันนี้ มีเรือนจำที่ยังอยู่ระหว่างควบคุมการระบาดทั้งสิ้น 5 แห่ง โดยเป็นเรือนจำแพร่ระบาดใหม่ 3 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เรือนจำกลางพัทลุง และเรือนจำกลางระยอง และระบาดซ้ำ 2 แห่ง คือ เรือนจำกลางคลองเปรม และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ขณะที่มีเรือนจำที่อยู่ในแผนการพ้นจากการระบาดของโรค หรือ EXIT จำนวน 17 แห่ง โดยจะพ้นจากการระบาดภายในสัปดาห์นี้ได้ 7 แห่ง เริ่มจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ในวันพรุ่งนี้ (5 ตุลาคม) ขณะที่การดำเนินการเพื่อฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขัง ปัจจุบัน ได้ฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งสิ้น 208,003 โดส เพิ่มขึ้น 2,387 โดส เป็นการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 149,324 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 58,679 ราย

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซ่อมอ่างลำเชียงไกรตอนล่างเสร็จตาม ‘บิ๊กป้อม’ ขีดเส้นตาย – เผยน้ำท่วมหลายจุดเริ่มคลี่คลาย
บทความถัดไป2 นักวิทย์มะกันคว้าโนเบลการแพทย์ ไขคำตอบกลไกรับรู้สัมผัส ร้อน-เย็นของร่างกาย