เลขารมว.ยธ. จี้คดีตำรวจ สน.ประเวศ นำหลักฐานคดีมรดกให้ผู้ต้องหา จนผู้เสียหายติดคุกเอง

เลขารมว.ยธ. จี้คดีตำรวจ สน.ประเวศ นำหลักฐานคดีมรดกให้ผู้ต้องหา จนผู้เสียหายติดคุกเอง

จากกรณี นายรอง (นามสมมติ) และ นางสาวอารี (นามสมมติ) ในฐานะผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องดำเนินคดีอาญากับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ยศ ร.ต.อ. นายหนึ่ง ต่อศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง หลังนำสำนวนและพยานหลักฐานของผู้เสียหายที่แจ้งความร้องทุกข์ไว้ในคดีลักทรัพย์มรดก ไปให้ฝ่ายผู้ต้องหา เพื่อไปฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาพระโขนง จนศาลมีคำพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ล่าสุดศาลอาญาทุจริตฯ มีคำสั่งรับฟ้องไว้แล้วพร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 26 ตุลาคม 2564 นี้ ซึ่งผู้เสียหายทั้งสองต้องการให้ศาลลงโทษพนักงานสอบสวนรายนี้

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ตุลาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารียรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวกับ พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ โดยมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองพยาน จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วมติดตามด้วย

ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือเป็นเคสสำคัญ ส่วนที่ตนมาพบกับผู้กำกับการสถานี เพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ ซึ่งตนมาในฐานะของกระทรวงยุติธรรม ภายใต้นโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งหวังดูแลความยุติธรรมเชิงรุกให้เกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งตนให้ความสนใจในสองประเด็นหลักคือ ตำรวจต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ในเรื่องของคดีแพ่งและคดีอาญาให้แยกขาดออกจากกัน ส่วนอีกเรื่องคือต้องมีการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้เสียหาย ที่อ้างว่ามีการส่งคนในเครื่องแบบไปข่มขู่ถึงหน้าบ้าน ซึ่งตนอยากให้ฝากให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ดูแลและทำความเข้ากับผู้เสียหายให้ชัดเจนหลังเจ้าของบ้านไม่กล้ากลับเข้าไปพักในบ้านตัวเองอีก

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ ยืนยันว่า ทางสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราได้ดำเนินการประสานงานกับทุกสายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็เพื่อสร้างความมั่นใจกับพยานในคดีนี้ และประชาชนที่ติดตามข่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปข่มขู่ผู้เสียหายที่บ้านนั้น

ขณะนี้ได้มีการสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนขอให้ความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยหลังจากนี้จะส่งตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้อีกด้วย

จากนั้น ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ และเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้เสียหายทั้งสอง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยและต้องการให้เจ้าของบ้านกลับมาพักอาศัยตามเดิม โดยเจ้าของบ้านผู้เสียหายทั้งสอง ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่สั่งการให้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และตำรวจ เข้ามาดูแลความปลอดภัยให้เป็นอย่างดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สิงคโปร์ผ่านกม.สกัดต่างชาติแทรกแซง นักสิทธิชี้เป็นเครื่องมือทำลายผู้เห็นต่าง
บทความถัดไปผบช.ภ.3 ประเดิมโชว์จับผู้ส่งยาบ้านำหลานร่วมนั่งคอยนับหลักกม.จุดส่งยึดของกลางร่วม 2 ล.เม็ด สารไอซ์ 60 กก.ยึดทรัพย์กว่า 200 ลบ.