(8 ก.พ.59) จากกรณีที่นางสาวเสาวลักษณ์ ไชโย อายุ 23 ปี พนักงาน ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจ.ภูเก็ต ร้องไปยังสื่อมวลชนผ่านทางโซเชียลมีเดียลขอให้ช่วยตามหาน้องดีเจ ด.ช.เจษฎากร ไชโย หรือน้องดีเจ อายุ 3 ขวบ 9 เดือน บุตรชาย ซึ่งหายออกจากบ้านใน ม.3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายทั้งครอบครัว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งระดมค้นหาในพื้นที่ ตัวตลอด 4 วันที่ผ่านมาแต่ยังไม่พบตัว
ล่าสุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ (มูลนิธิกระจกเงา) นำโดยนาย เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เข้าพบ พ.ต.อ. กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เพื่อขอทราบข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทั้งการหาเบาะแส ผลการสอบปากคำ และการตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเดินทางไปพบ นางสาวเสาวลักษณ์ แม่ของน้องดีเจฯที่บ้านที่เกิดเหตุเพื่อรับตัว ไปแจกเอกสารติดตามตัวน้องดีเจในพื้นที่ชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ช่วยติดตามหา โดยบรรยากาศภายในบ้านของนางสาวเสาวลักษณ์ ยังคงโศกเศร้า คุณตาและคุณยายของน้องดีเจยังคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ นั่งคอยภาวนาให้หลานกลับมาอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันสัตว์เลี้ยง ที่มีทั้งสุนัขและกระต่าย เพื่อนเล่นของน้องดีเจก็มีท่าทีที่หงอยซึมไม่ค่อยกินอาหาร
เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาฯได้ใช้เวลาพูดคุยกับนางสาวเสาวลักษณ์ และคุณตาประมาณ 20 นาที ก่อนจะออกเดินทางไปพร้อมกับนางสาวเสาวลักษณ์ ไปยังวัดไชยธารารามฯหรือวัดฉลอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 5 กม.ซึ่งกำลังที่มีการจัดงานวัดประจำปี เพื่อแจกเอกสารข้อมูลคนหายที่มูลนิธิกระจกเงาจัดทำขึ้นให้แก่พ่อค้าแม่ค้า ประชาชน ที่ร่วมงาน เพื่อให้ช่วยติดตาม สังเกตุและแจ้งเบาะแส
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาฯจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วิชิต และกู้ภัย ออกค้นหาพื้นที่ โดยรอบบ้านของน้องดีเจอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่พลัดหลงไปเองจากบ้าน

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งหาเบาะแสทุกด้าน พูดคุยกับทุกคนในครอบครัว ไปดูสภาพพื้นที่ เป็นพื้นที่ปิด พื้นที่ส่วนบุคคล แต่ก็ยังไม่คืบหน้า เบื้องต้นที่ตั้งไว้ 4 ประเด็น คือ1. เด็กพลัดหลงไปเอง 2.อาจเกิดอุบัติเหตุ 3. คนใกล้ชิดที่พาตัวเด็กไป และ 4.ถูกลักพาตัว ซึ่งยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นนึงออกไป ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ยังตามหา มีการสรุปผลการปฏิบัติทุกวัน ณ เวลานี้ยังไม่พบตัวเด็ก ที่มีการแจ้งเบาะแสใดๆมาก็มีการตรวจสอบหมด อยากจะฝากไปยังสื่อและประชาชน ว่าถ้ามีเบาะแสใดๆให้ประสานมาที่สภ.วิชิต ในวันพรุ่งนี้(8 ก.พ.)จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครต่างๆ ออกเดินค้นหาในป่าโดยรอบบ้านอีกครั้ง
นาย เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า ในส่วนของ มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้ง และเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งพูดคุยกับญาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำงานร่วมกัน โดยพยายามเอาข้อมูลคนหายในแต่ละเคสที่เคยทำมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ หวังว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวจะช่วยให้เบาะแส

“แน่นอน ว่าเหตุลูกหลานหายตัวไปเป็นสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในครอบครัว และน่าเห็นใจผู้ปกครอง ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวใดครอบครัวนึง หรือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกัน แต่เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องช่วยเหลือกัน” นายเอกลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายเอกลักษณ์ กล่าวฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ผู้ใดที่พบเห็นเบาะแสพฤติกรรมของบุคคลที่นำเด็กไป แสวงหาผลประโยชน์ หรือกักขัง ใช้แรงงานขอทาน ไม่ว่าจะเป็นน้องดีเจ หรือเด็กคนอื่นๆ ซ฿งครอบครัวกำลังตามหาอยู่ให้โทรมาแจ้งเรื่องราวหรือเบาะแสได้ที่ มูลนิธิกระจกเงาฯ สายด่วน 080 – 7752673 หรือ หากเป็นเบาะแสของน้องดีเจให้โทรมาได้โดยตรงที่สภ.วิชิต หรือ สายตรง พ.ต.อ.กิติพงษ์ ผกก.สภ.วิชิต ที่หมายเลข 081 – 787 4348 ซึ่งจะลงไปตรวจสอบข้อมูลในทันที ส่วนข้อมูลที่ได้มาขณะนี้นั้น ในบางเรื่องยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอยู่ในแนวทางการสืบสวน แต่ทุกหน่วยงานขณะนี้เร่งติดตามหาตัวน้องดีเจอย่างเต็มที่

