วันที่ 26 กันยายน ความคืบหน้ากรณีภาคประชารัฐจังหวัดกาฬสินธุ์ สุดทน เหตุฝ่ายบริหาร อบต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังแบบกินเปล่า และบางโครงการไม่มีถนน แต่เขียนโครงการเบิกจ่ายมาตั้งแต่ปี 2552-2559 ทำให้สูญเสียงบประมาณไปกว่า 20 ล้านบาท ต่อมาหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สตง. ป.ป.ท.และ ป.ป.ช.ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งพบค่าประมาณการค่าหินลูกรังแพงกว่าท้องตลาด 30 เปอร์เซ็นต์ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดนายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท.เขต 4 (ขอนแก่น) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง ตามรายการที่ระบุในรายการเบิกจ่ายของ อบต.สามัคคี โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังของปีงบประมาณ 2558-2559 ก่อน เนื่องจากเป็นโครงการล่าสุด พบว่ามีโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังทั้งหมด 16 โครงการ แยกเป็น ปี 2558 จำนวน 12 โครงการ และปี 2559 จำนวน 4 โครงการ รวมเป็นเงินงบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท
“โดยการซ่อมแซมทาง อบต.สามัคคีได้ตั้งงบประมาณไว้ในหมวดซ่อมแซมใช้จ่ายและซื้อวัสดุ แต่การตั้งงบไว้ไม่เพียงพอ จึงมีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปอยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นๆ และนำเงินไปซ่อมแซมถนนลูกรัง โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งกรณีดังกล่าวหากเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ตามระเบียบจะต้องมีการร้องขอจากประชาชนและถนนเกิดความชำรุดเสียหาย แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่าถนนที่มีการซ่อมไม่ได้ชำรุดและไม่มีความเสียหายมากนัก ซึ่งทาง อบต.สามัคคีได้นำหนังสือขอความช่วยเหลือให้ซ่อมแซมถนนมาอ้าง แต่จากการตรวจสอบลายมือชื่อเบื้องต้นกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 หมู่ 10 หมู่ 11 และ หมู่ 12 พบว่าลายเซ็นไม่เหมือนกัน และผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเซ็นชื่อในเอกสารร้องขอให้ซ่อมถนน ดังนั้น ถือว่าเป็นการปลอมลายเซ็น” นายทองสุขกล่าว
นายทองสุขกล่าวว่า จากการสุ่มตรวจสอบยังพบว่าถนนลูกรังบ้านนาเรียง หมู่ 10-หนองไห ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่มีชื่อถนนในใบฎีกาเบิกเงิน พบว่าไม่มีถนนสายดังกล่าวในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหมือนถนนผีตามที่ชาวบ้านระบุ นอกจากนี้ ถนนลูกรังบ้านทรัพย์เจริญ หมู่ 11-หนองเลิงเปือย ซึ่งระบุในใบฎีกาเบิกเงินอีกหนึ่งโครงการ แต่ตรวจสอบแล้วเป็นการซ่อมแซมทับซ้อนกับการซ่อมแซมของ อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีการนำหินลูกรังมาซ่อมจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีถนนลูกรังอีกหลายสายมีการตั้งงบประมาณซ่อมแซมบ่อยครั้งในแต่ละปี โดยเฉพาะถนนบ้านนาเรียง หมู่ 9-บ้านโนนเสียว หมู่ 6 มีการใช้งบประมาณซ่อมปีเดียวถึง 3 ครั้ง ระยะห่างกันเพียง 2-3 เดือน และดำเนินการซ่อมในช่วงหน้าแล้ง
นายทองสุขกล่าวอีกว่า เท่าที่ตรวจสอบยังพบว่าโครงการซ่อมแซมถนนทั้งหมดทาง อบต.สามัคคีไม่ได้ทำประกันสัญญาจ้างกับผู้รับจ้าง ซึ่งทำเสร็จก็ปล่อยทิ้งเลย ซึ่งถือเป็นการเจตนาเลี่ยงระเบียบกฎหมายและจงใจเอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมา ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นทั้งหมด เชื่อได้ว่าการซ่อมแซมถนนลูกรังทั้งปี 2558-2559 เจตนาส่อไปในทางทุจริตอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องระดับใดบ้าง จะเป็นระดับเจ้าหน้าที่หรือระดับผู้บริหาร ดังนั้น ป.ป.ท.จะรวบรวมหลักฐานและเอกสารทั้งหมดรายงานไปยังเลขาธิการ ป.ป.ท.พิจารณา และส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ต่อไป ส่วนโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังตั้งแต่ปี 2552-2557 ที่ยังเหลือเจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังทุกโครงการเช่นกัน
ด้านนายยุระ บุตรกัณหา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบงานจัดซื้อจัดจ้าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังตรวจพบว่า อบต.สามัคคีน่าจะมีการตั้งค่าประมาณการ หรือค่าซื้อหินลูกรังแพงกว่าท้องตลาดมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หลายโครงการ ถนนบางสายยังมีการไปซ่อมทับซ้อนกับถนนลูกรังที่ อบจ.กาฬสินธุ์เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบอีกด้วย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่สืบข้อเท็จจริงทั้งการสุ่มถามประชาชนในพื้นที่ และส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรตรวจสอบราคาหินลูกรังตามท้องตลาดในแต่ละปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบใบฎีกาเบิกเงินซ่อมแซมลูกรังตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่อย่างน้อย 40 โครงการ และเชิญตัวนายกและปลัดเข้ามาชี้แจงใบฎีกาเบิกเงินทุกใบ

