เมื่อวันที่ 26 กันยายน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ เชเดช ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งยังพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ห้อง ICU โรงพยาบาลตำรวจ หลังถูกแก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทางยิงเข้าที่ชายโครงขวาและลิ้นปี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 23 กันยายน ว่าอาการขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว โดยสาเหตุที่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเป็นการตอบโต้กับคนร้ายเพื่อป้องกันตัว
ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนขยายผล เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นแก๊งปลอมพาสปอร์ตที่เข้ามาในประเทศไทย จากการตรวจสอบพบหนังสือเดินทางปลอมกว่า 10 เล่ม มีทั้งสัญชาติอังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกัน ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีหรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่นๆ หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้ จะมีการเรียกหญิงไทยที่มีข้อมูลว่าจดทะเบียนสมรสกับนายวิลเลียม ปีเตอร์ จอห์นสัน ที่เป็นหัวหน้าแก๊งปลอมหนังสือเดินทางมาสอบสวนขยายผลด้วย
ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบศพชาวต่างชาติที่ถูกหั่นแช่แข็งในตู้แช่ยังอยู่ระหว่างหามูลเหตุในการฆาตกรรม ผู้ต้องหาก็ให้การบ้าง ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ตายเป็นบุคคลสัญญาติใดและเกี่ยวข้องกับแก๊งปลอมพาสปอร์ตหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานกับสถานทูตเพื่อยืนยันตัวบุคคล

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า ต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ก่อน ทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องหาว่าสาเหตุการตายเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถบอกได้ว่าศพตายมากี่เดือน กี่ปี เพราะถูกแช่แข็งไว้ แต่สามารถตรวจลายนิ้วมือได้ โดยกองพิสูจน์หลักฐานระบุว่ามีความชัดเจน พอส่งไปให้สถานทูตอเมริกาตอบกลับมาว่ายังไม่ชัดเจน ไม่สามารถตรวจได้ ตอนนี้ทางสถานทูตต้องการอะไรเพิ่มเติมก็หาไปให้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจอย่างชัดเจนอีกครั้ง จึงจะบอกได้ว่าผู้ตายเป็นใคร และเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยกี่ครั้ง มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาอย่างไรบ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนมีตั้งข้อสังเกตว่ามีหลักฐานบางส่วนที่นายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ อายุ 65 ปี ที่เชื่อมโยงคาดว่าน่าจะเป็นฆาตกรเอง ซึ่งหากมีหลักฐานครบถ้วนก็จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการตายเองหรือถูกทำให้ตาย

