เมื่อวันที่ 26 กันยายน ร.ต.อ.วิวัฒน์ชัย เกษีสังข์ รอง สว.(สอบสวน) สน.จักรวรรดิ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านสำเพ็งเซ็นเตอร์ เลขที่ 391 ชุมชนตลาดเก่าเยาวราช ซอยวานิช 1 แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.จักรวรรดิ นายมนัส ประจวบจินดา ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมประสานรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น มีควันดำพวยพุ่งมาจากบริเวณชั้น 4 เจ้าหน้าที่เร่งต่อสายดับเพลิงเข้าภายในอาคาร เนื่องจากห้องต้นเพลิงเป็นเก็บห้องดัดแปลงเก็บสินค้า อาทิ รองเท้า กระดาษ สินค้ากิฟต์ช็อปซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปฉีดน้ำได้ นักผจญเพลิงต้องนำสายฉีดน้ำขึ้นอาคารข้างเคียงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงกันไฟลุกลาม ก่อนสามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัดโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
นายมนัสเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะได้สั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเข้ามาตรวจสอบอาคารพาณิชย์ดังกล่าวว่ามีการต่อเติมดัดแปลงสภาพอาคารให้เป็นโกดังเก็บของ หรือต่อเติมเพิ่มขึ้นเป็น 5 ชั้นหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบใบอนุญาตต่อเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบโครงสร้างของอาคารว่าปลอดภัยหรือไม่เนื่องจากไฟไหม้อาคารนานกว่า 2 ชม. ซึ่งในระหว่างนี้ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ตัวอาคารเด็ดขาด ป้องกันความปลอดภัย
ด้าน พ.ต.อ.ภพธรกล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นอาคารแบ่งให้เช่าเป็นที่เก็บของ อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าเบ็ดเตล็ด โดยมีนายบรรภพ วงศ์เกียรติคุณ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ซอยพระเจ้าตากสิน 34 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. เป็นผู้เช่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวดัดแปลงเป็นที่เก็บสินค้า ซึ่งขณะเกิดเหตุมี น.ส.ชลธิชา นานประโค อายุ 38 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เป็นคนเฝ้าห้องเก็บของดังกล่าวขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งอยู่ในระหว่างสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะอาคารดังกล่าวมีการสร้างมาหลายปีแล้ว โดยจะได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียด และประเมินมูลค่าความเสียหายอีกครั้ง

