เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยถึงการคลี่คลายคดีพบศพชายชาวต่างชาติถูกหั่นศพ แช่แข็งไว้ในตู้แช่ ในที่พักของแก๊งปลอมพาสปอร์ต ว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ก็มีการแจ้งความไปแล้ว ส่วนการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ว่าจะสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ โดยในส่วนของศพที่ถูกหั่นในตู้แช่นั้น นายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ ที่ถูกจับกุมน่าจะรู้เห็นทั้งหมด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่รับสารภาพหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยแนวทางการสอบสวนพบว่านายปีเตอร์ ซื้อตู้แช่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2551 และก็ไม่ให้ผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยว จึงเชื่อว่าศพดังกล่าวอาจเสียชีวิตมากว่า 7-8 ปีแล้ว และจากการตรวจพิสูจน์ก็พบว่าเสียชีวิตมานานแล้ว ทำให้ยากแก่การตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตคือใคร ส่วนสาเหตุที่เก็บศพไว้ เมื่อคุยกับนักจิตวิทยาและทำการวิเคราะห์เชื่อว่าอาจเป็นประเด็นรักร่วมเพศที่ต้องการเก็บศพไว้ใกล้ตัว สาเหตุเพราะรักมาก จึงไม่ได้ทิ้งหรือทำลายศพเหมือนที่ปกติคนร้ายมักจะทำกัน
บก.น.5 กล่าวต่อว่าในส่วนของหนังสือเดินทางที่ผู้ต้องหาใช้เดินทางเข้าออกนั้น ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะรูปเล่มเป็นหนังสือเดินทางจริง แต่ตราประทับปลอม เมื่อตรวจสอบข้อมูลพิมพ์ลายนิ้วมือกับทางสถานทูตสหรัฐ ไม่พบว่ามีฐานข้อมูลแต่อย่างใด ซึ่งได้ให้ฝ่ายสืบสวนหาหลักฐาน ข้อมูล รวมถึงประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อสืบสวนคดีดังกล่าวอย่างละเอียดแล้ว
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเพิ่มเติม นอกจากนี้ได้ประสานกับสถานทูตอเมริกาเพื่อหาข้อมูลการกระทำความผิดของทั้ง 3 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนพาสปอร์ตที่พบในที่เกิดเหตุมีการยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นของจริง 2 ราย คือของนายแอรอน โทมัส กาเบียล อายุ 33 ปี และนายเจมส์ ดักกลาส เอ็กเกอร์ อายุ 66 ปี ส่วนของนายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ อายุ 58 ปี คาดว่าจะเป็นพาสปอร์ตปลอม
ทั้งนี้ได้สอบปากคำพยานที่เป็นคนขนตู้แช่มาไว้ที่บ้านพักภายในซอยเอกมัย 12 จำนวน 3 คน เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะนำมาส่งตั้งแต่เมื่อใด ส่งให้ใคร ไม่สามารถเปิดเผยไม่ได้เพราะเป็นเรื่องในสำนวน

