เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ทำหนังสือจดหมายเปิดผนึก เรื่องร้องขอความเป็นธรรม ถึงสื่อมวลชนประจำบช.น. ถึงกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการเสนอรายชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.รร.นรต. โดยระบุว่า ภายหลังจากทางคณะกรรมการสรรหาได้ประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ระเบียบที่กำหนด และมีสิทธิ์เข้าแสดงวิสัยทัศน์ 3 ราย ประกอบด้วย พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร รองผบช.รร.นรต. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. โดยคณะกรรมการสภาการศึกษารร.นรต.พิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ตนได้รับการแต่งตั้งเป็นผบช.รร.นรต. ในวาระประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2559 ขั้นตอนพิจารณาตามกฎหมาย เมื่อนายกได้เสนอแนะรายชื่อ ผู้สมควรแต่งตั้งเป็น ผบช.รร.นรต. ตาม พ.ร.บ.รร.นรต. พ.ศ.2551 ม.14 วรรค 2 บัญญัติว่า ผู้บัญชาการโรงเรียนนั้น ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาการศึกษาจากผู้มีคุณสมบัติมาตรา 15 เมื่อสภาการศึกษารร.นรต.เสนอรายชื่อแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะกรรมการก.ตร.จะต้องเป็นผู้แต่งตั้งตามคำแนะนำของสภาการศึกษารร.นรต.เท่านั้น
ต่อมา มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 55/2559 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภาการศึกษา และกรรมการศึกษาผู้ทรงพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งนายกสภาการศึกษาคณะกรรมการชุดใหม่ 10 ท่านของรร.นรต. เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา และประชุมพิจาณายกเลิกมติ กรณีเสนอชื่อ พล.ต.ต.อดุลย์ เป็นผบช.รร.นรต. โดยการประชุมดังกล่าวไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีเหตุผล และยังไม่มีคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ในวันเดียวกันมีหนังสือจาก ผบ.ตร. ถึงนายกสภาการศึกษา รร.นรต. ตามหนังสือที่ ตช 0009.231/3349 ลงวันที่ 15 กันยายน 2559 เรื่องพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งผบช.รร.นรต. ผบ.ตร.พิจารณาไม่เห็นชอบตามคำแนะนำของสภาการศึกษา รร.นรต. ประกอบกับขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับตำแหน่งผบก.- จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผบ.ตร.วาระประจำปี 2559 ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยการออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน และเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม กรณีผบ.ตร. มีตำแหน่งเป็นอุปนายกการศึกษารร.นรต.มีหนังสือถึงสภาการศึกษารร.นรต. นั้นเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากผบ.ตร.เป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่งจะใช้อำนาจเกินจากคณะกรรมการสภาการศึกษารร.นรต.ไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจและหน้าที่ แต่ผบ.ตร.จะต้องนำรายชื่อ ตน เสนอ ก.ตร. เพื่อแต่งตั้ง เป็นผบช.รร.นรต. ตามคำแนะนำของสภาการศึกษารร.นรต. และคณะกรรมการก.ตร.ต้องแต่งตั้ง ดังนั้น มติที่เสนอแนะตนเป็นผบช.รร.นรต.ยังไม่ถูกยกเลิกตามกฎหมาย โดยที่มติเดิมยังถูกต้องและยังมีผลตามกฎหมาย แสดงว่ามติใหม่ที่ออกมาซ้อนมติเดิม เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่สภาการศึกษารร.นรต.ได้พิจารณาคัดเลือกใหม่เลือกพล.ต.ท.ปิยะ เป็นผบช.รร.นรต. และได้มีหนังสือแนะนำผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.รร.นรต. วาระการแต่งตั้ง 2559 ตามหนังสือ สภาการศึกษา รร.นรต.ที่ตช.0035(11)/2321 ลงวันที่ 20 กันยายนที่ ผ่านมา ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตั้งแต่รับราชการมาปฏิบัตินหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยถูกร้องเรียน หรือถูกดำเนินการทางวินัย หรือถูกกล่าวหาว่าทุจริต ซึ่งการเข้ารับคัดเลือกและแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการสภาการศึกษารร.นรต.รวมทั้งหมด 8 คะแนน ส่วน พล.ต.ท.ปิยะ ได้คะแนนจากคณะกรรมการดังกล่าวรวม 6 คะแนน จากคณะกรรมการทั้งหมด 14 ท่าน ซึ่งเกินครึ่ง อันเป็นมติเอกฉันท์
ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นการถูกปล้นชัยชนะ แต่ในการแต่งตั้ง ผบช.รร.นรต. จะคัดเลือกโดยใช้ระบบคุณธรรมโดยการแสดงวิสัยทัศน์ ตามระเบียบและกฎหมายของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยสภาการศึกษาจากนั้นนำเสนอเข้าก.ตร.เพื่อแต่งตั้งเป็นผบช.รร.นรต. ตนแสดงวิสัยทัศน์ชนะเลิศเป็นเอกฉันท์ได้ 8 คะแนน จากคณะกรรมการจำนวน 14 คน พล.ต.ท.ปิยะ ได้ 6 คะแนน พล.ต.ต.มโนช ได้ 1 คะแนน ปรากฏว่ามีหนังสือจาก ผบ.ตร. ไม่เห็นชอบโดยไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งๆที่ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีคณะกรรมการตรวจสอบ จากนั้นก็มาเลือกคนที่แพ้ที่เหลืออยู่ 2 คน มีมติเสนอแต่งตั้ง พล.ต.ท.ปิยะ เข้าก.ตร.ในวันที่ 28 กันยายน
รองผบช.น. กล่าวน้ำตาคลอว่า อยากจะนิ่งแต่เราไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับบัญชา ตนทำงานเพื่อประชาชน ไม่เคยโกงกิน รีดไถประชาชน ทำแต่ความดีเพื่อบ้านเมือง ขณะนี้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อร้องขอความเป็นธรรม รวมถึงจะทำหนังสือถึงประธานก.ตร. ผบ.ตร. และรองผบ.ตร. ที่จะประชุมแต่งตั้งในวันที่ 28 กันยายน การเป็นผบช.รร.นรต. ต้องสง่างามและเป็นแบบอย่างที่ดี ถ้าเกิดใช้ความไม่มาพากลในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมและผิดกฎหมาย จนถึงทุกวันนี้ไม่มีผู้บัญชาคนใดมาบอกเลยว่า ตนไม่เหมาะสม เป็นพล.ต.ต.มา 9 ปี เป็นรองผบช.มา 5 ปี บางคนมาเป็น 2 ปีขึ้นเป็นผบช.แล้ว ตนก็ทำงานมาตลอดไม่เคยท้อ
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีการเปลี่ยนนายกสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ถือว่ามติการเสนอชื่อตนยังอยู่ คณะกรรมการชุดใหม่ต้องทำหน้าที่ถอดถอนชุดเก่าออกก่อน เมื่อไม่ได้ถอดถอนสิทธิที่จะไปดำเนินการก็ไม่มี มาตรา 44 ที่ออกมานั้นมีคำสั่งถอดถอนนายกสภาฯ และคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้มีการถอนมติที่มีอยู่แล้ว มติที่มาล้างถือว่าผิดกฎหมาย รวมทั้งการเปลี่ยนมติต้องเข้าก.ตร.พิจารณาก่อน แต่ยังไม่ได้เข้าเลย ผบ.ตร.ก็ไปใช้สิทธิ ทั้งๆที่ ผบ.ตร.เป็นคณะกรรมอยู่ในสภาการศึกษารร.นรต.ซึ่งมิชอบ ถ้าไม่มีการเยียวยาก็คงดำเนินการฟ้องศาลปกครอง และป.ป.ช. ตามความผิดมาตรา157

