เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 ผบก.สส.ภ.9 ผบก.ภ.จว.สตูล ได้ปล่อยแถวตำรวจ และทหารจากค่าย ร 5002 รวมทั้งสิ้น 200 นาย จัดชุดปฏิบัติการกดดันกลุ่มผู้ก่อการร้ายทั้ง 3 คนให้ออกมามอบตัว และได้เตรียมกำลังออกเดินเท้าเข้าไปยังเขาโกบ หม.ู่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา ต.มะนัง จ.สตูล เพื่อดูพื้นที่หลบซ่อนภายในถ้ำของกลุ่มโจร
พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า ทางตำรวจได้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดที่ได้ยิงบ้านของผู้ใหญ่บ้าน นายจำรูญ ส่งด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 เมื่อวันพุทธที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ลูกชายผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต และลูกสาวกับเมียผู้ใหญ่บ้านได้รับบาดเจ็บ จนถึงขณะนี้ ได้ออกหมายจับไปแล้วจำนวน 3 คน ประกอบไปด้วย นายปิยะศักดิ์ ดำสินธ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล นายนภดล สันเต๊ะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/1 หมู่ 8 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ ได้มีคดีติดตัวคือยิง ตำรวจ สภ.มะนังตายไปเมื่อปี 58 ที่ผ่านมา และนายกิติศักดิ์ ช่อปั่น อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ต. ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งทั้งสามคนได้ร่วมกันยิงบ้านของผู้ใหญ่บ้านนายจำรูญ ส่งด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 จนเป็นเป็นเหตุให้ลูกชายถึงแก่ความตาย และลูกสาวกับเมียผู้ใหญ่บ้าน บาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ ทั้ง 3 คนได้หลบหนี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้เร่งติดตามกดดันให้มามอบตัว ซึ่งทางตำรวจได้กระจายชุดปฏิบัติการติดตามและกดดันให้ถึงที่สุด

ล่าสุดในวันนี้ ได้จัดกำลังตำรวจ-ทหาร ออกเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบยังถ้ำโกบ ในบริเวณ หมู่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งได้สืบทราบมาว่า เป็นพื้นที่ที่ทั้ง 3 คน ใช้เป็นที่กบดาน และในพื้นที่แห่งนี้ เป็นแหล่งทำมาหากินของทั้ง 3 คน โดยการขายใบกระท่อมชนิดก้านแดง ที่มีอยู่ถึง 200 ไร่เศษ และใบกระท่อมในถ้ำแห่งนี้ เป็นใบกระท่อมที่สมบูรณ์ ใบใหญ่ จึงทำให้ทั้ง 3 คน ใช้เป็นแหล่งมั่วสุม ในการตัดใบกระท่อมส่งจำหน่ายให้แก่คนในพื้นที่ กก.ละ 800 บาท จึงได้เข้าไปดูพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้พบใบกระท่อมมีอยู่จริง และมีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกใจที่ทั้ง 3 คน จะเข้ามาอยู่ได้ และทำตัวเป็นพ่อค้ารายใหญ่ในถ้ำแห่งนี้
สำหรับการเดินเข้าไปในถ้าแห่งนี้นั้น จะต้องเดินเท้าเท่านั้นจะต้องเดินไปกว่า 2 กม. ถึง จะปีนหน้าถ้ำ และลอดช่องเขาที่แคบ โดยทั้ง 3 คนทำเป็นประตูเปิดปิดเอาไว้ ที่ช่องเขา เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปยังพื้นที่ และเพื่อเป็นการสะดวกในการขนย้าย ใบกระท่อมออกจากเขา และจากการได้รับรายงานมานั้น ทราบมาว่าพื้นที่แห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่และผู้ใหญ่บ้าน ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบมาแล้วหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ทั้ง 3 คน ยิงบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งสามารถสรุปปมการยิงบ้านของผู้ใหญ่บ้านได้ว่า การยิงเกิดจากที่ผู้ใหญ่บ้านได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้ทั้ง 3 โกรธแค้นที่เสียผลประโยชน์ และยิงบ้านของผู้ใหญ่บ้านในที่สุด
ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่เขาโกบแห่งนี้ เป็นพื้นที่ป่าที่ขึ้นตรงต่อกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการอนุรักษ์ให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นสถานที่เรียนรู้ จึงไม่สามารถที่จะตัดทำลายใบกระท่อมแห่งนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ตนเอง ก็ขอให้ทางกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อย ไม่ใช้เป็นพื้นที่ที่ทั้ง 3 คน เข้าไปอยู่และมีอำนาจในการขายใบกระท่อม หรือเป็นสถานที่ที่โจร เข้าไปส่องสุมอยู่ ซึ่งก็ขอให้มีการบริหารจัดการให้ดีกว่านี้

