กองปราบซิวชายอ้างเป็นนักธุรกิจฉ้อโกงคนค้าขาย มีเหยื่อกว่า 30 เสียหาย 5 ล.

28.09.16 | 14:02 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรรณพ รัตนอุบล รอง ผบก.ป. แถลงจับกุมนายทินกร อู่ไทย อายุ 46 ปี หรือใช้นามว่านายเรืองโรจน์ กิตติยาธรกุล หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 1577/2552 ลงวันที่ 8 กันยายน 2552 ในความผิดฐานฉ้อโกง ได้บริเวณร้านข้าวต้มทองเจริญ ซอยลาดปลาเค้า 76 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ


พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขตกล่าวว่า กองบังคับการปราบปรามได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่าถูกนายทินกร ใช้นามว่านายเรืองโรจน์ กิตติยาธรกุล หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย โดยอ้างว่าตนเป็นนักธุรกิจประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารทะเล อาหารอบแห้งประเภทลําไย มะม่วงหิมพานต์ กุ้งแห้ง และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าตนสามารถจัดหาสินค้าดังกล่าวและทําการซื้อสินค้าดังกล่าวจากพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรที่มีอาชีพนั้นๆ โดยได้จูงใจให้พ่อค้าแม่ค้าว่าจะซื้อสินค้าดังกล่าวในราคาสูงกว่าท้องตลาด ทําให้พ่อค้าแม่ค้าหลงเชื่อ และขายสินค้าให้แก่ผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาใช้วิธีการหลอกลวงโดยจะใช้นามแฝงว่าตนเองชื่อนายสุเทพ แซ่โง้ว หรือสุเทพ หรือหนุ่ย หรือเทพ ซึ่งเป็นชื่อที่ผู้ต้องหาได้จากการนําบัตรประชาชนของผู้อื่นมาแสดง และในบางครั้งผู้ต้องหาจะทําการตั้งชื่อขึ้นมาเอง ทําการหลอกผู้เสียหายให้นําสินค้ามาให้ตน โดยอ้างว่าตนจะทําการโอนเงินค่าสินค้าให้ในภายหลังแล้วทําการหลบหนีไป ซึ่งผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังผู้ต้องหาเพื่อทวงถามค่าสินค้าแต่ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ และผู้ต้องหาจะได้นำสินค้าที่ได้มานั้นไปจําหน่ายเอง เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.1 บก.ป. จึงได้ทําการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดําเนินการจับกุมกับผู้ต้องหารายนี้ดําเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขตกล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 27 กันยายน เจ้าหน้าที่ตํารวจกองบังคับการปราบปรามได้ทําการจับกุมตัวนายทินกร หรือเรืองโรจน์ จากการซักถามผู้ต้องหาให้การว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 30 ครั้ง มูลค่าความเสียหายในแต่ละครั้งตั้งแต่ 60,000-1,000,000 บาท ผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 คน มูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยเริ่มก่อเหตุในลักษณะนี้มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้รูปแบบของการเข้าไปติดต่อกับผู้เสียหาย พูดจาหว่านล้อมให้ดูมีความน่าเชื่อถือ และแสดงตนเป็นผู้อื่นโดยหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ-นามสกุลจริงของตนเอง และนอกจากผู้ต้องหาจะมีการเข้าไปติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อหลอกเอาสินค้าของผู้เสียหายมาแล้ว ผู้ต้องหารายนี้ยังทําการหลอกเอาเงินของผู้เสียหายโดยการหลอกว่าจะขายสินค้าให้กับผู้เสียหาย โดยวางอุบายว่าให้ผู้เสียหายทําการโอนเงินค่าสินค้าให้ผู้ต้องหาก่อนล่วงหน้า และจะดําเนินการส่งสินค้าให้ในภายหลังแล้วจึงทําการหลบหนี ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ซึ่งเมื่อประมาณ 5 วันที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุอีกครั้งโดยใช้วิธีการเดียวกัน แต่ผู้เสียหายไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ เนื่องจากไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลในลักษณะดังกล่าว หากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว หรือพบเบาะแสการกระทําความผิด ให้แจ้งมายังหมายเลขโทรศัพท์ 0-2513-1273 ตลอด 24 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา ทราบว่าผู้ต้องหามีประวัติการกระทําความผิดในข้อหาฉ้อโกง จํานวน 4 คดี ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เช็ค จำนวน 1 คดี และยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 1577/2552 ลงวันที่ 8 กันยายน 2552 ในความผิดฐานฉ้อโกง และ หมายจับศาลจังหวัดลําปาง ที่ 87/2552 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ในความผิดฐานฉ้อโกง

Advertisement