วันที่ 29 กันยายน จากกรณีภาคประชาคมร้องสำนักงาน ปปช.-สตง.และ ปปท.พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าผู้บริหารและปลัด อบต.สามัคคี ร่วมกันทุจริตโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังและยังมีโครงการประปาตั้งแต่ปี 2552-2559 งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ล่าสุด ปปท.และ สตง. ตรวจพบว่า มีการปลอมลายเซ็นผู้ใหญ่บ้านในการตั้งโครงการและร่วมถึงการตั้งฎีกาเบิกทับซ้อน ส่วนสภาอบต.สามัคคีมีมติทำหนังสือส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ย้ายปลัดอบต.สามัคคีออกนอกพื้นที่ ล่าสุด นางสาวณัฐชยา ช่างแกะ ท้องถิ่น จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีประชาชนชาว ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ได้ยื่นเรื่องกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ตรวจสอบพฤติกรรมปลัดอบต.สามัคคี และให้ตรวจสอบโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 เนื่องจากเชื่อว่าจะมีการทุจริต
นางสาวณัฐชยากล่าวว่า โดยทางอธิบดีได้มอบหมายให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงได้ประสานยังอำเภอร่องคำ และท้องถิ่นอำเภอร่องคำ ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้รายงานผลการสอบภายในวันที่ 28 กันยายน 2559 ซึ่งขณะนี้ทราบว่าในส่วนของอำเภอร่องคำได้ดำเนินการสอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 49 ปาก ซึ่งยังเหลือจ่าเอกสมพงษ์ สกุลรัตน์ ปลัดอบต.สามัคคี ที่ติดราชการไปอบรมที่กรุงเทพมหานครอยู่ ทั้งนี้หากผลการสอบข้อเท็จจริงของทางอำเภอล่าช้าและยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ทางท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ก็จะตั้งคณะกรรการขึ้นมาตรวจสอบอีก 1 ชุด โดยจะทำการตรวจสอบปัญหาการร้องเรียนในภาพรวม ทั้งการดำเนินงานโครงการต่างๆ และพฤติกรรมตัวบุคคล ซึ่งคาดว่าอย่างช้าน่าจะลงพื้นที่ได้ภายในสัปดาห์หน้า
นางสาวณัฐชยา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้ง ปปช.กาฬสินธุ์ สตง.กาฬสินธุ์ และปปท.ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหานั้น ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่และตามขั้นตอนของการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะหากผลการตรวจสอบจากหน่วยงานทุกฝ่ายสรุปออกมาว่า หากมีการกระทำผิดหรือทุจริตจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารอบต.สามัคคีก็จะต้องถูกดำเนินการทางวินัย และดำเนินการตามกฎหมายทันที อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีสภาอบต.สามัคคีได้มีการลงมติทำหนังสือเสนอให้ย้ายปลัดอบต.ออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงนั้น เรื่องดังกล่าวก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเช่นกัน เพราะจะต้องทำตามขั้นตอนและต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ด้านนายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอร่องคำในฐานะที่รับผิดชอบดูแลอบต.สามัคคีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งปัญหาโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง และปัญหาร้องเรียนพฤติกรรมผู้บริหาร และสอบปากคำพยานแวดล้อมไปทั้งหมดแล้ว แต่ยังเหลือผู้ที่ถูกร้องคือจ่าเอกสมพงษ์ ซึ่งเพิ่งกลับมาจากอบรมที่กรุงเทพมหานคร โดยทางคณะกรรมการจะเรียกตัวมาสอบปากคำในเร็วๆนี้ และสรุปผลการสอบปากคำส่งให้กับทางจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด ส่วนกรณีทางสภาอบต.สามัคคีได้ส่งหนังสือมายังอำเภอ เพื่อให้ย้ายปลัดอบต.สามัคคีออกนอกพื้นที่นั้น ขณะนี้ได้รับหนังสือแล้ว ซึ่งทางอำเภอจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน เนื่องจากจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะต้องเสนอไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาจะดำเนินการย้ายได้หรือไม่

