ผัวเมียขายของอ่อนนุชโดนเผารถแฉ ถูกขู่ไม่ให้เอาเรื่อง น.1ลั่นจัดการมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครอง

29.09.16 | 15:36 น.

จากกรณีน.ส.วิไลวรรณ แก้วมีศรี อายุ 33 ปี พร้อมสามี อาชีพขายของบริเวณสถานีรถไฟฟ้า อ่อนนุช เดินทางมาที่สน.พระโขนง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่รถยนต์ 5 ประตูยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำตาล ทะเบียน 4กพ 3640 กรุงเทพมหานคร ถูกกลุ่มวัยรุ่นเผาจนได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นผู้เสียหายคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งที่พวกตนขัดขวางการเก็บค่าเช่าแผงของบุคคลที่ชื่อ จี๊ด (ไม่เปิดเผยชื่อและสกุล)


เมื่อวันที่ 29 กันยายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า คดี เผารถสองสามี – ภรรยา ภายในซอย สุขุมวิท 50 – 52 หลังเกิดปากเสียงกัน เรื่องการไม่จ่ายค่าที่ ขายของ ที่ตั้งสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช รวมทั้งยังมีการแอบอ้างชื่อของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่างๆ ล่าสุดตำรวจจะเชิญตัวสองสามีภรรยา เข้ามาดูภาพวงจรปิด ที่เก็บได้ภายในจุดเกิดเหตุ เพื่อระบุตัวคนร้าย และเตรียมพิจารณาออกหมายจับต่อไป ล่าสุด มีทนายความ ของกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา จะติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ และจะชี้แจงถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ที่สน. พระโขนงในวันนี้ แต่ขอรวบรวมเงินประกันตัวก่อน จึงจะมาเข้าพบกับตำรวจ ทั้งนี้ขอยืนยันว่ากรณีการเรียกเก็บค่าที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชและพื้นที่อื่นๆ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเกี่ยวข้อง แต่หากมีเจ้าหน้าที่ในส่วนอื่น มีการกระทำในลักษณะเข้าข่ายมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่สน.พระโขนง น.ส.วิไลวรรณ พร้อมสามีเดินทางมายังสน.พระโขนง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ยังมีกลุ่มคนโทรศัพท์มาหาน้องชายพร้อมข่มขู่ไม่ให้ตนเอาเรื่อง และระบุว่าจะจ่ายค่าเสียหายให้ แต่ต้องให้เรื่องจบ อย่างไรก็ตามหลังจากดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าในจำนวนชายที่ก่อเหตุ 3 คนนั้น ตนรู้จัก 2 คน ชื่อนายดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ขายของที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า อ่อนนุชและนายสันต์ วินจยย.เท่านั้น โดยตนมั่นใจเนื่องจากภาพกล้องวงจรปิดชัดเจน ประกอบกับการแต่งกายที่เห็นในภาพวงจรปิดก็ตรงกับการแต่งกายที่ทั้งสองใส่ในวันเกิดเหตุอีกด้วย อย่างไรก็ตามตนแน่ใจว่าเหตุดังกล่าวต้องเกิดจากที่หญิงที่ชื่อ จี๊ด ซึ่งเป็นผู้เก็บเงินค่าเช่าแผงขายของ ไม่พอใจที่พวกตนไปบอกพ่อค้าแม่ค้าบางรายว่าไม่ให้จ่ายเงินค่าเช่า
อย่างไรก็ตามขณะนี้พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกุล ผกก.สน.พระโขนง อยู่ระหว่างสอบปากคำน.ส.วิไลวรรณและสามี ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่าทางทนายของกลุ่มผู้ถูกกล่าวหานั้นขอเลื่อนการนำผู้ถูกกล่าวหาเข้ามอบตัว เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมเตรียมเงินประกันตัว

Advertisement

ต่อมาเวลา 15.00 น. ร.อ.สมชาย ณ สุวรรณ ผู้บังคับหมวดกองร้อยรักษาความสงบที่ 6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร มาที่สน.พระโขนงเพื่อพูดคุยและสอบถามผู้เสียหาย และกลุ่มแม่ค้าในจุดดังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งรายละเอียดพฤติการณ์ของนายดำ นายสันต์ และหญิงชื่อจี๊ด ตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง

ร.อ.สมชาย กล่าวว่า หลังจากนี้จะจัดกำลังทหารลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสืบสวนหาข่าวและพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งตรวจสอบว่า นายดำมีความเกี่ยวข้องกับทหารตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ ทั้งนี้เบื้องต้นทราบว่า นายดำ เป็นพ่อค้าขายปลาเผา ซึ่งมีแผงติดกับน.ส.วิไลวรรณ ผู้เสียหาย และทราบว่าเป็น ลูกน้องของหญิงชื่อจี๊ด และทำหน้าที่เก็บค่าเช่าแผงแต่หลังจากที่เทศกิจสั่งห้ามขายและยกเลิกการเก็บค่าเช่า จี๊ดกับพวกยังคงเรียกเก็บค่าเช่าตามเดิม ทำให้กลุ่มผู้ค้าบางส่วนที่ไม่ยอมจ่ายถูกข่มขู่และขับไล่ออกจากพื้นที่ และยืนยันว่าที่ผ่านมาทหารได้ปราบปรามผู้มีอิทธิพลมาอย่างต่อเนื่อง แต่กรณีดังกล่าวนั้นไม่เคยได้รับการร้องเรียน เนื่องจากการเข้าปราบปรามแต่ละครั้งต้องมีผู้ร้องเรียนก่อนจะเข้าตรวจสอบ

ขณะที่ นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล อายุ 27 ปี สามีของน.ส.วิไลวรรณ ผู้เสียหาย กล่าวหลังให้การว่า ตำรวจและทหารขอเวลารวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมตัว จี๊ดและนายดำ แอบอ้างทหาร กอ.รมน.เรียกเก็บค่าที่กลุ่มผู้ค้าในบริเวณดังกล่าว หลังจากนั้นตนได้ทำหนังสือยื่นร้องเรียนไปที่ กอ.รมน. และได้รับการยืนยันว่านายดำและจี๊ด ไม่ใช่ลูกน้องและไม่เคยสั่งการให้มีพฤติกรรมดังกล่าว นอกจากนี้หลังจากแจ้งความ ที่สน.พระโขนงและมีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว นายดำส่งข้อความมาหาน้องชายว่ายินดีจะมอบเงินและซื้อรถคันใหม่ให้ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะเดินหน้าเรื่องคดีเนื่องจากมีทรัพย์สินเสียหายประกอบกับไม่อยากให้ผู้มีอิทธิพลมาสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่