ความคืบหน้าการจับกุม นายธนพลหรือปอ นิลพัตร์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาลสาว ในห้องพักย่านสวนหลวง กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 กันยายน ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยศรีนครินทร์ 9 แขวงและเขตสวนหลวง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.สน.ประเวศ นำตัวนายธนพล มาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ อำนวยความสะดวก

โดยจุดแรกเป็นบูซาย่าเฮาส์ เลขที่ 24 ซอยศรีนครินทร์ 9 แขวงและเขตสวนหลวง เป็นอาคารแบ่งเช่า จุดที่สองริมระเบียงชั้น 2 ของอาคารบูซาย่าเฮาส์ ที่ติดหอพักที่เกิดเหตุ จุดที่สามและจุดที่สี่ในห้องพักที่เกิดเหตุ และในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าไปชำระล้างร่างกาย
พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า บางส่วนจะสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางการมาและออกจากสถานที่เกิดเหตุในส่วนอาวุธปืน ผู้ต้องหาอ้างว่าพบในทุ่งนา อยากฝากถึงประชาชนที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ปิดประตูให้มิดชิด ทั้งนี้ จะคุมตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดพระโขนง ในวันที่ 30 กันยายน
สอบสวนนายธนพลให้การว่า เวลาเมายาและเรียกรถแท็กซี่มาลงที่สุขุมวิทตอนนั้นได้เดินวนไปวนมาเพราะริษยา กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุและได้พกอาวุธปืนมาด้วย จากนั้นจึงปีนเข้าไปในห้องของผู้เสียหายเพราะไม่ได้ล็อกประตูด้านหลังไว้ เพียงต้องการไปถ่ายบีโก้ไลฟ์ หรือแอพพลิเคชั่นในรูปแบบวิดีโอสตรีมมิ่ง ขณะผู้เสียหายกำลังนอนหลับอยู่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ แต่ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาก่อนจึงลงมือก่อเหตุ และข่มขู่จนได้เบอร์โทรศัพท์ ทั้งนี้ อยากพบผู้เสียหายและแม่ของผู้เสียหายเพื่อขอโทษเพราะไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ ยินดีรับผิดชอบทุกอย่างและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไว้ชีวิต
“ส่วนเหตุผลที่พกถุงยางอนามัยมาด้วยนั้น เพื่อป้องกันทั้งสองฝ่ายเพราะดูมาจากโฆษณายืดอกพกถุง” นายธนพลกล่าวทิ้งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างชี้จุดเกิดเหตุนั้นมีประชาชนมุ่งดูจำนวนมาก

