ครูสาวเปิดใจ ปมถมดินสร้างกำแพงมิดหลังคาบ้าน พร้อมเป็นเพื่อนบ้านที่ดี หากยอมรื้อถอน ถ้าเพิกเฉยจะร้องเรื่อยๆ

5.11.21 | 16:39 น.

เปิดใจครูสาว ม.ราชภัฎกาญจน์ 1 ใน 8 ครอบครัวที่เดือดร้อน ปมถมดินสร้างกำแพงระฟ้ามิดหลังคาบ้าน พร้อมเป็นเพื่อนบ้านที่ดี หากยอมรื้อถอนออก แต่ถ้ายังเพิกเฉย ก็จะร้องไปเรื่อยๆ


ความคืบหน้ากรณีสื่อมวลชนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่เจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงถมที่พร้อมสร้างกำแพงสูงมิดหลังคาบ้าน รวม 8 หลัง โดยบ้านทั้ง 8 หลัง สร้างอยู่ฝั่งซ้ายมือภายในซอยร้านอาหารครัวภักดี ท้องที่หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้ง 8 ครัวเรือนนั้น ประกอบด้วย ครอบครัว ร.ต.สมชาย หนองรั้ง เลขที่ 190/74 ครอบครัว น.ส.มธุรส คุ้มประสิทธิ์ เลขที่ 190/98 ครอบครัวนายจตุรงค์ ภิรมยา เลขที่ 190/101 ครอบครัวนางนภิศรา ทองอุปการ เลขที่ 190/95 ครอบครัวนางอิศรานันท์ เขียวสาคร เลขที่ 190/100 ครอบครัวน.ส.ฉลวย สัมฤทธิสุทธิ์ เลขที่ 190/83 ครอบครัวนายปราโมท รุ่งหิรัญ เลขที่ 190/82 และครอบครัวนายวชิระ ประกอบ เลขที่ 190/97

โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ ร.ต.พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อสรุปประเด็นข้อกฎหมายในการนำเข้าที่ประชุมระดับจังหวัดภายในวันนี้ (5 พ.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในวันเดียวกัน น.ส.มธุรส คุ้มประสิทธิ์ อาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เจ้าของบ้านเลขที่ 190/98 และเป็น 1 ใน 8 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ตนพบพิรุธการขออนุญาตถมดินว่าไม่เป็นไปตามวันที่อนุญาตให้ถม ในเมื่อเจ้าของที่ดินอ้างอิงตามกฎหมาย ตนก็ขออ้างอิงตามกฎหมาย พ.ร.บ.การถมดินเช่นเดียวกัน โดยขอให้เจ้าของที่เอาดินที่ถมก่อนได้รับอนุญาตออกไปให้หมด ทั้งหมดนี้เป็นสารจากเพื่อนบ้านทุกหลังคาเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ บ้านคือวิมานของเรา จึงอยากให้บ้านเป็นสิ่งที่มีความสุข วิมานคือสิ่งที่เราอยู่แล้วทำให้เรานั้นสบายใจและมีความสุข ซึ่งการอยู่ที่สูงมีวิวภูเขาล้อมรอบ 360 องศา มันคือความสุขของเขา และมันก็เป็นความสุขของเราเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เงินของเราไม่สามารถหาความสุขได้ขนาดนั้น ดังนั้นเงินใครก็เงินมันสิทธิใครสิทธิมัน คุณทำได้คุณก็ทำไป แต่จิตใต้สำนึกเบื้องลึกในหัวใจ มันต้องคำนึงถึงคนอื่นด้วย เพราะวิมานใครๆ ก็รัก คุณทำแบบนี้คือการทลายวิมานของคนอื่นเขา

การถมดินสูงหรือต่ำ แม้จะเป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ หากขออนุญาตอย่างถูกต้อง แต่ไม่ใช่ถมดินมิดหลังคาบ้านของคนอื่นเช่นนี้ ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือความคิดของคนที่คิดว่าเขามีเงินและมีสิทธิ์ที่จะทำ แต่ไม่ได้คำนึงถึงเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละคนที่จะทำหรือไม่ทำ มันถึงจะอยู่ร่วมกันได้

การที่เราออกมาโวยวายก็เพราะว่าพวกเราที่ได้รับความเดือดร้อน เกิดความไม่สบายใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งบ้านที่เราซื้อมาบางหลังราคากว่า 3 ล้านบาท ประกาศขายทิ้งเพื่อไปอยู่ที่อื่น แต่ก็ขายไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้ามาซื้อ จึงถือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันทำให้พวกเราเสียทรัพย์ และยังมีหนี้ที่ต้องผ่อนค่าบ้านกับธนาคารอยู่อีกหลายล้านบาท

หากกำแพงนี้ยังคงอยู่ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่มั่นใจในความมั่นคงแข็งแรงแล้ว พวกเราจะขายบ้านได้หรือไม่ เชื่อว่าคงขายไม่ได้ และเราจะหนีได้ไหม ก็ไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากยังไม่ปิดหนี้ที่ต้องผ่อนค่าบ้านกับธนาคารในแต่ละเดือน

ในทางกลับกันเจ้าของที่ข้างเคียงเขามีทั้งรถมีทั้งเงินมีทั้งดิน ถ้าเขาขุดดินที่นำมาถมเอากลับไปไว้ที่เดิมคือที่ฟาร์ม ฟาร์มของเขาก็งอกเงยด้วยดินเดิม หรือเอาดินไปขายเขาก็ได้เงิน ซึ่งเขาไม่ได้เสียประโยชน์เท่ากับบ้านหลังละ 3 ล้านบาท เหมือนพวกเรา ฉะนั้นความเดือดร้อนถ้าให้ตีค่าเป็นจำนวนเงินนั้น ก็ให้ตีราคาของบ้านทุกๆ หลัง พร้อมกับสิทธิ์ข้าราชการของทุกคนที่จะต้องสูญเสียไปกับบ้านหลังแรกของเรา

ดังนั้นสิทธิ์ที่เราเรียกร้องไปก็เป็นข้อเรียกร้องเดิมคือ ให้ตรวจสอบโครงสร้างกำแพง ตรวจสอบใบอนุญาตการถมที่ ตรวจสอบวิศวกร ตรวจสอบการทำงาน เมื่อถูกต้องทั้งหมดแล้วคุณจะต้องเข้ามาดูทัศนียภาพของบ้านเรา และจะต้องรับรองได้ว่าทุกอย่างยังคงแข็งแรง และเมื่อบ้านของพวกเราไม่ได้รับความเสียหายหรือเกิดภาวะการขายไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไร แต่คุณต้องมารับรองว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ชาวบ้านทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้เจ้าของที่ทุบกำแพงออกไป เมื่อเจ้าของที่เอากำแพงออกไปพร้อมกับปรับดินที่ถมสูงเท่ากับหลังคาบ้านออกไป เราพร้อมที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี จะคอยดูแลซึ่งกันและกัน ทุกคนก็จะมีความสุข เทศบาลตำบลลาดหญ้าก็จะมีความสุข รวมทั้งจังหวัดก็จะมีความสุข แต่ถ้ายังมีปัญหาเรื้อรังอยู่เช่นนี้ หนังสือร้องเรียนที่ส่งถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะส่งเรื้อรังไปเรื่อยๆ จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง