ศาลปค.สั่งบังคับ ผู้ว่าฯรื้อโรงแรมซ.ร่วมฤดี ชี้ตัดสินผ่านมา1ปี8เดือนยังไม่เสร็จ ช้าอีกถึงปรับ-วินัย

เมื่อเวลา10.30น. วันที่ 30 กันยายน ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใช้อำนาจตามมาตรา 42 และ 43 ของพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ที่กำหนดว่าให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมด หรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากเจ้าของอาคารไม่ดำเนินการฯ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นร้องต่อศาลให้จับกุมเจ้าของอาคาร และดำเนินการรื้อถอนอาคารดังกล่าวโดยเจ้าของอาคารต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด การดำเนินการกับอาคารโรงแรมดิเอทัสและอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ดิเอทัส เรสซิเด้นซ์ ของบริษัทลาภประทาน จำกัดและบริษัททับทิมทร จำกัด ในซ.ร่วมฤดี เขตปทุมวัน โดยเร็วนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาล

ทั้งนี้คดีดังกล่าวนพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ นายขวัญแก้ว วัชโรทัย พร้อมชาวบ้านในซ.ร่วมฤดี รวม24รายยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีปล่อยให้ทั้ง2บริษัทฯก่อสร้างอาคารโรงแรมและที่พักอาศัยขนาดใหญ่พิเศษความสูงเกิน23เมตร โดยไม่ชอบด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 33ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ที่กำหนดว่าการก่อสร้างอาคารขนาดความสูงดังกล่าวจะทำไม่ได้ในพื้นที่ที่มีเขตถนนซอยกว้างน้อยกว่า10เมตร ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ให้ผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าฯกทม.แก้ไข แต่ตลอดเวลา 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา กลับไม่มีการดำเนินการให้ครบถ้วนตามคำพิพากษา นพ.สงครามกับพวก จึงยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับคดี

โดยคำสั่งบังคับคดีดังกล่าวศาลระบุว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าผู้อำนวยการเขตปทุมวัน จะมีคำสั่งตามมาตรา40และมาตรา41 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ให้ระงับการก่อสร้าง และห้ามใช้อาคารดังกล่าว ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯแล้ว แต่ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติล่าช้าโดยอ้างว่า เนื่องจากบริษัทฯเจ้าของอาคารอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารจึงต้องรอผลการอุทธรณ์ก่อน ศาลเห็นว่า แม้เป็นความจริงว่าบริษัทเจ้าของอาคารมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นกรณีที่คำสั่งนั้นริเริ่มโดยผู้อำนวยการเขตปทุมวันหรือผู้ว่าฯกทม.เอง ไม่ใช่เป็นคำสั่งที่ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน หรือผู้ว่าฯกทม.จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่มีผลผูกพันให้คู่กรณีในคดีต้องปฏิบัติตาม แต่การปฏิบัติของผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าฯกทม.ยังไม่ถือว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล หรือประวิงให้การบังคับตามคำพิพากษาล่าช้า จึงยังไม่สมควรที่ศาลจะสั่งปรับหรือแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาหรือนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย

ส่วนที่บริษัทเจ้าของอาคาร ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าฯกทม.ว่า ไม่ดำเนินการเรียกคืนและรักษาเขตทางสาธารณะประโยชน์จากผู้รุกล้ำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่ามีหลักฐานใหม่และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องไว้พิจารณา ดังนั้นผลการพิจารณาคดีอาจมีการเปลี่ยนแปลงและเป็นเหตุให้ต้องยุติการบังคับคดี ศาลเห็นว่า ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการคาดเดาเหตุการณ์ในข้อเท็จจริงที่ยังไม่เป็นที่ยุติของบริษัทเจ้าของอาคารเท่านั้น ไม่อาจโต้แย้งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ถือเป็นที่สุดแล้ว และได้ข้อยุติว่าความกว้างของถนนซ.ร่วมฤดีกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ดังนั้นคำขอทุเลาของบริษัทเจ้าของอาคารที่จะให้ระงับการบังคับคดีไว้ก่อนจึงไม่อาจฟังได้

นอกจากนี้คำสั่งของศาลยังระบุด้วยว่า ให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองใช้อำนาจดำเนินการบังคับคดีนี้ให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครองอย่างเคร่งครัด รายงานผลให้ศาลทราบทุกระยะจนกว่าจะมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามบังคับของศาลปกครอง หากผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้ว่าฯกทม.ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าวของศาลให้ครบถ้วน หรือล่าช้าเกินสมควร ศาลอาจสั่งไต่สวนเพื่อมีคำสั่งปรับครั้งละ 50,000 บาท ตามมาตรา 75/4 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี2542 และรายงานผู้บังคับบัญชาหรือนายกฯให้ลงโทษทางวินัย

ด้านนายเฉลิมพงษ์ กลับดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจ กล่าวว่า จะรอดูการปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯของผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้ว่าฯกทม. ให้เข้าใจว่าการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่ต้องใช้เวลา แต่คงไม่ต้องถึงกับใช้เวลาเป็นปี เพราะถ้าช้าขนาดนั้นผู้ร้องคงทนไม่ไหวเหมือนกัน คงต้องร้องศาลปกครองไต่สวน และฟ้องเป็นคดีอาญาฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตามการรื้ออาคารดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือต้องรื้อถอนในส่วนที่สูงเกินกว่า23เมตรจากพื้นดินหรือ8ชั้น และเหลือพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 1 หมื่นตารางเมตร จากตัวอาคารรร.เอดิทัสที่สูง 24 ชั้น และอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ดิเอทัส เรสซิเด้นซ์สูง 18 ชั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon