ศาลปค.แก้กม. ตีกรอบประเด็นไม่รับอุทธรณ์-ปธ.ศาล วางแนวพิจารณา คดีสำคัญ-เร่งด่วน-ทั่วไป

30.09.16 | 18:00 น.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ นายสมชาย งามวงศ์ชน โฆษกศาลปกครอง และนายประวิตร บุญเทียม รองโฆษกศาลปกครอง ร่วมกันแถลงกรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีการพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542 มาตรา 73 วรรค 3 เกี่ยวกับลักษณะคำอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัย

โดยนายสมชาย กล่าวว่า จากปัญหาความล่าช้าการพิจารณาคดี ได้มีพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยเร็ว ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้บังคับใช้ บทบัญญัติมีการแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะคำอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยแล้ว เดิมกฎหมายมีกำหนดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ระบุลักษณะที่ชัดเจนจึงมีการเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่กรณีดังกล่าวไม่ใช่การตัดสิทธิยื่นอุทธรณ์ของคู่ความ แต่จะเป็นการพิจารณาว่าเนื้อหาใดที่ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับการวินิจฉัย

นายสมชาย กล่าวต่อว่า การพิจารณาคดีศาลปกครองตั้งเป้าที่จะพิจารณาในแต่ละชั้นศาลให้เสร็จภายใน2ปี ยอมรับว่าบุคลากรของศาลยังไม่เพียงพอ โดยเฉลี่ยตุลาการ 1 คนรับผิดชอบ 3-4 คดี ขณะเดียวกันศาลมีการแก้ไขวิธีปฏิบัติการพิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ ที่เดิมปกติจะต้องพิจารณาคำชี้แจงคู่ความอีกฝ่าย รวมทั้งต้องส่งให้ตุลาการผู้แถลงคดีต้องทำความเห็นเสนอต่อองค์คณะประกอบก่อนที่องค์คณะจะมีคำสั่ง แต่ขณะนี้มีการแก้ไขให้เป็นว่าหากเป็นกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วนที่มีความจำเป็น หากเอกสารที่ฝ่ายผู้ฟ้องนำมาแสดงมีข้อมูลเพียงพอแล้ว ศาลสามารถทำคำสั่งไปได้ก่อนเพื่อเป็นการเยียวยา เช่น หากหน่วยงานมีคำสั่งให้เพิกถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน เช่นนี้หากศาลดำเนินกระบวนการเต็มขั้นตอนอาจล่าช้าไม่อาจทันเยียวยา ดังนั้นถ้ามีข้อมูลเพียงพออาจถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉินได้ โดยเชื่อว่ากระบวนพิจารณาจะเกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานพิจารณาคดีของศาล มีสถิติที่บันทึกไว้ว่า ตั้งแต่เปิดทำการจนถึง วันที่ 31 สิงหาคม2559 ว่า มีคดีที่เข้าสู่ศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดทั้งสิ้น 122,206 คดี พิจารณาเสร็จ 100,837 คดี คิดเป็น 82.51 % คงเหลือพิจารณาอีก 21,369 คดี คิดเป็น 17.49 %

ด้านนายประวิตร กล่าวว่า นอกจากการแก้ไขปรับปรุงข้อกฎหมายแล้ว นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ยังมอบนโบายการบริหารจัดการคดีภายในศาลปกครอง ให้มีการจำแนกลักษณะคดีเป็น คดีทั่วไป คดีเร่งด่วน และคดีสำคัญด้วย เพื่อให้มีการพิจารณาโดยเร็วตามลักษณะที่มีการจำแนก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับลักษณะคำอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระควรได้รับการวินิจฉัย หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันสมควรได้รับการวินิจฉัยตามข้อข้อ 108 วรรคสอง ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 หมายถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่หนักแน่น หรือเพียงพอในการสนับสนุนข้อกล่าวอ้างตามคำอุทธรณ์ ที่อาจทำให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยคดีแตกต่างไปจากศาลปกครองชั้นต้นได้

Advertisement

และยังหมายรวมถึง (1) อุทธรณ์ที่คัดค้านเนื้อหาของคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นว่าไม่ถูกต้อง แต่ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างในคำอุทธรณ์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นใดๆ หรือประเด็นที่ศาลจำเป็นต้องใช้ในการวินิจฉัยคดี หรือเป็นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงการรับฟังข้อเท็จจริงหรือการวินิจฉัยข้อกฎหมายของศาลปกครองชั้นต้น หรือเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้อุทธรณ์เคยยอมรับไว้แล้วในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองชั้นต้น

(2) อุทธรณ์ที่คัดค้านเนื้อหาของคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นว่าวินิจฉัยไม่ครบถ้วนตามประเด็นที่คู่กรณียกขึ้นกล่าวอ้าง แต่ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างในอุทธรณ์นั้นไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ศาลจำเป็นต้องใช้ในการวินิจฉัย (3) อุทธรณ์เกี่ยวกับข้อบกพร่องการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาของศาลปกครองชั้นต้น แต่ข้อบกพร่องนั้นไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของกระบวนพิจารณาส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หรือไม่เป็นเหตุให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นไม่ยุติธรรม และ(4) อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นไม่ได้ขัดกับแนวบรรทัดฐานที่เป็นประจักษ์พยานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด และข้อกฎหมายที่ยกขึ้นมาอ้างในคำอุทธรณ์ไม่ได้อ้างหลักกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม