ทหาร-ฝ่ายปกครองบึงกาฬยึดยาบ้า 5 กระสอบ เกือบ 1 ล้านเม็ด ริมแม่น้ำโขง

26.11.21 | 17:12 น.

ทหาร-ฝ่ายปกครองบึงกาฬยึดยาบ้า 5 กระสอบ เกือบ 1 ล้านเม็ด ริมแม่น้ำโขง


วันที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. ที่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 2107 บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พ.อ.ปฏิวัติ ชื่นศรี รองผู้บัญชาการกองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ นายอดุลย์ นามแสง นายอำเภอบุ่งคล้า พ.อ.อำนาจ กระโทกนอก สัสดีจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวผลการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 5 กระสอบ ประมาณ 986,000 เม็ด มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท หลังทหารพรานที่ 2107 ยึดได้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณปากห้วยขามเปี้ย เขตพื้นที่บ้านสมพร หมู่ 8 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ร.ท.วิทยากร ศักดิ์ดาเดช ผบ.ร้อย ทพ.2107 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งประเทศไทยบริเวณริมแม่น้ำโขงเขตพื้นที่บ้านสมพร-บ้านหาดแฮ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.บุ่งคล้า, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.บุ่งคล้า, ตชด.2441 และหมวดสกัดกั้นที่ 1 ร้อยสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด กกล.สุรศักดิ์มนตรี ทำการซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าว

กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. จนท.พบเรือหางยาวติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณปากห้วยขามเปี้ย เขตพื้นที่บ้านสมพร หมู่ 8 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า ใกล้กับบริเวณที่เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดทำการดักซุ่ม และมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 2-3 คน โยนวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นมาที่ริมแม่น้ำโขง แล้วได้ขับเรือดังกล่าวกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว จึงดักซุ่มรอจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด

Advertisement

จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ไม่มีผู้ใดมารับเอากระสอบดังกล่าว จนท.จึงเข้าตรวจสอบกระสอบดังกล่าว พบเป็นกระสอบปุ๋ยจำนวน 5 กระสอบ เปิดดูพบว่าเป็นยาบ้า จึงร่วมกันตรวจยึดนำของกลางมาตรวจนับที่กองร้อยทหารพรานที่ 2107 ข้างในพบแพคกระดาษไขสีเหลือง มีอักษร Y-1 สีดำ ประทับอยู่ด้านหนึ่ง นับรวมกันได้จำนวน 164 แพค แพคละ 3 มัด กับอีก 1 มัด รวม 493 มัด แต่ละมัดมียาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวนประมาณ 986,000 เม็ด

จึงทำบันทึกตรวจยึดพร้อมกับนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บุ่งคล้า เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป