ชาวบ้านชี้คนร้ายโจรกรรมเงินล้าน-พระเครื่องในกุฏิเจ้าอาวาส มีไม่ต่ำกว่า 3 ได้ของแล้วแยกย้ายหนี

26.11.21 | 23:07 น.

ชาวบ้านชี้คนร้ายโจรกรรมเงินล้าน-พระเครื่องในกุฏิเจ้าอาวาส มีไม่ต่ำกว่า 3 คนได้ของแล้วแยกย้ายหนี


ตามรอยคนร้ายโจรกรรมเงินล้านพร้อมพระเครื่องพระบูชามูลค่าสูงในวัดสนามช้าง เชื่อร่วมกันลงมือก่อเหตุเป็นขบวนการมากถึง 3 คน โดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีทั้งคนคอยชี้เป้าคนลงมืองัดแงะโจรกรรมทรัพย์สิน และคนตระเวนคอยดูลาดเลาอยู่ด้านนอก อีกทั้งยังรู้จังหวะห้วงเวลาในการก่อเหตุ ในระหว่างที่พระสงฆ์รับกิจนิมนต์ไปฉันเพล โดยที่ไม่มีใครคอยดูแลเฝ้าวัดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

วันที่ 26 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวิฑูรย์ ศรีสุนทร อายุ 64 ปี ชาวบ้านสนามช้าง ถึงกรณีที่มีชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน ออกมารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคล้า ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าทางคดี กรณีมีคนร้ายบุกเข้ามางัดกุฏิพระและโจรกรรมทรัพย์สินไปเป็นเงินเก็บของพระสงฆ์จำนวนกว่า 1 ล้านบาท พร้อมพระเครื่องมูลค่าสูง เมื่อช่วงสายของวันนี้ว่า

ในวันเกิดเหตุ (19 ก.ย.64) ขณะที่พระสงฆ์จากภายในวัดได้ออกเดินทางไปฉันเพลตามกิจนิมนต์ได้พบเห็นรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งอยู่ตรงบริเวณโคนต้นไม้หน้าโบสถ์ จำนวน 2 คัน โดยมี 1 คัน ที่เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีแดง ตรงตามภาพในกล้องวงจรปิดที่คนร้ายขี่หลบหนีออกไปทางประตูข้างวัดด้านทิศตะวันออก จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อได้ว่ามีคนร้ายเข้ามาร่วมลงมือในการก่อเหตุในครั้งนี้ จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 คน

Advertisement

อ่านข่าว โจรฉกเงินล้าน-พระเครื่องมูลค่าสูง พร้อมพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่นสุดหายาก จากกุฏิเจ้าอาวาส

โดยการก่อเหตุนั้น คนร้ายขี่รถเข้ามาก่อเหตุจำนวน 2 คัน และขับตระเวนดูลาดเลาคอยระวังหลังดูคนที่จะเข้ามายังภายในวัดให้ ในระหว่างที่กำลังก่อเหตุอีก 1 คัน รวมเป็น 3 คัน ทั้งยังรู้เวลาว่าพระสงฆ์จะออกไปฉันเพลยังภายนอกวัดทั้ง 6 รูป และเข้ามาลงมือก่อเหตุในทันทีที่พระสงฆ์เดินทางออกไปจากวัด ก่อนที่จะมีเด็กข้างวัด ซึ่งหิวข้าว จึงได้เดินเข้ามาในวัดและขึ้นไปที่บนกุฏิพระ เพื่อหาของกิน

จนมาพบว่ากุฏิของพระชัยรัตน์ ธมฺมรตโน อายุ 45 ปี พรรษา 24 รักษาการเจ้าอาวาสวัดสนามช้างถูกงัด ก่อนที่จะไลน์แจ้งไปให้แก่ทางรักษาการเจ้าอาวาสทราบ โดยที่เด็กข้างวัดได้เข้ามาล่าช้ากว่าคนร้ายที่เพิ่งหลบหนีไปเพียงแค่ประมาณ 7-8 นาทีเท่านั้น ส่วนกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพยานพาหนะของคนร้ายเอาไว้ได้เพียงบางคันนั้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เลือกเส้นทางหลบหนีที่แยกย้ายกันไปคนละทาง

คือ มีเส้นทางเข้าออกจากซุ้มประตูวัด ทางด้านข้างสำนักงาน อบต.เสม็ดใต้ เชื่อมออกไปสู่ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม 1 เส้นทาง และเส้นทางออกจากวัดทางด้านซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกอีก 1 เส้นทาง ซึ่งมีถนนเลาะรั้วกำแพงวัดคู่ขนานไปกับถนนเลียบข้าง อบต. แต่อยู่ภายนอกรั้วกำแพง เพื่อไปเชื่อมเข้ากับถนนสาย 304 เช่นเดียวกัน

ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง คือเส้นทางออกจากวัดทางซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกเช่นเดียวกัน แต่เลี้ยวขวาเข้าไปยังภายในตำบลได้หลายหมู่บ้าน รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง ต.คลองขุด อ.บ้านโพธิ์ และ อ.แปลงยาว ได้ด้วย ซึ่งตามเส้นทางทั้งหมดนี้ มีกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้เพียงเส้นทางเดียว คือ เส้นทางเลียบกำแพงวัดออกสู่ถนนสาย 304 ซึ่งมีทั้งกล้องของชาวบ้าน ร้านค้า และ อบต. จับภาพคนร้ายไว้ได้ตามที่ปรากฏ