ผงะ! ผลตรวจดีเอ็นเอเนื้อในซอกเล็บผู้ต้องสงสัยตรงกับด.ช.7ขวบถูกฆ่าเปลือย แจ้ง 3 ข้อหา ค้านประกันตัว

คดีฆ่าเปลือยเด็กชาย7ขวบหมกศพในห้องน้ำแฟลตในเมืองหาดใหญ่ ผลตรวจดีเอ็นเอชิ้นเนื้อในซอกเล็บของผู้ตรงสงสัยออกมาแล้วตรงกับตรงฟิสตรีแจ้ง3ข้อหา คัดค้านการประกันตัว พี่สาวเข้าเยี่ยมนำยาผู้ป่วยจิตเวชน์มาให้ ”เผย” น้องชายป่วยจิตเวช 8 ปี เมื่อ3ก่อนเคยพูดอยากฆ่าคน

ความคืบหน้าคดี ด.ช.อัคนัส ทองรักษ์ อายุ 7 ปี หรือน้องฟิสตรี ถูกฆ่าเปลือยหมกศพในห้องน้ำของห้องเช่าร้างของแฟลตหรรษา ย่านเขต8 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่26พฤศจิกายนที่ผ่านมา และตำรวจได้ควบคุมตัว นายกันตพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ24 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยไว้หนึ่งคนแต่ยังคงให้การปฏิเสธแม้ว่าจะมีวัตถุพยานค่อนข้างชัดเจนก็ตามและต้องรอผลตรวจอีเอ็นเอมายืนยัน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 พ.ย. ผลตรวจดีเอ็นเอที่ทางพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ ส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ซึ่งเป็นชิ้นเนื้อในซอกเล็บของ นายกันตพงศ์ ผู้ต้องสงสัยออกมาแล้ว

ปรากฏกว่าตรงกับน้องฟิสตรี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่มัด นายกันตพงศ์ และตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี 3ข้อหาคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยปิดบัง ซ่อนเร้น ยักย้าย ทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุเเห่งการตาย พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควร หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง สภ.หาดใหญ่ ทำสำคัญแม้จะมีผลดีเอ็นเอมัดแน่น แต่จนถึงขณะนี้ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ

รายงานข่าวว่ามีพี่สาวอายุ 25 ปี เดินทางมาเยี่ยมนายกันตพงศ์ พร้อมกับนำยาของผู้ป่วยจิตเวชมาให้ และบอกว่าน้องชายเป็นผู้ป่วยจิตเวชมา8ปีแล้วและเมื่อก่อนเคยเสพยาเสพติดด้วย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่และเข้าพักรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ 4-5 ครั้งและแพทย์อนุญาตให้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติแต่ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง

พี่สาวบอกว่าที่ผ่านมาน้องชายมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย เคยทำร้ายตนและแม่ทั้งทุบและถีบ จึงต้องแยกตัวให้มาพักอยู่ที่แฟลตเกิดเหตุประมาณ 1ปี เพราะครอบครัวกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย โดยตนคอยดูแลอยู่ห่างๆช่วยส่งข้าวส่งน้ำและไปรับยาจากโรงพยาบาลหาดใหญ่มาให้กินตามแพทย์นัดแต่ไม่แน่ใจว่าน้องชายจะกินยาต่อเนื่องหรือไม่

เมื่อ2-3วันก่อนขณะมาเยี่ยมที่แฟลตน้องชายเคยพูดว่าอยากฆ่าคน แต่ไม่ได้คิดอะไรเพราะได้ยินบ่อยไม่คิดว่าจะทำจริงและบางครั้งก็บอกว่ากลัวคนจะมาทำร้าย

พี่สาวว่าหากผลตรวจดีเอ็นเอออกมาว่าน้องชายเป็นคนทำ ขอให้ดำเนินคดีไปตามกฏหมาย และฝากขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย เพราะไม่เคยคิดว่าน้องชายจะก่อเหตุนี้ขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า คดีตำรวจได้รวบรวมพยานและหลักฐานอย่างรัดกุมและหนาแน่นที่สุดในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และจะนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดสงขลาในวันที่ 29 พ.ย.และคัดค้านการประกันตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon