จากกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อมูลกันในโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเม่น จ.แพร่ พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยมีพฤติกรรมนำกะละมังพลาสติก และเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ ไปตระเวนแลกโทรศัพท์มือถือเก่าของประชาชนใน อ.สูงเม่น ซึ่งผู้สูงอายุมักจะหลงเชื่อและยอมให้แลกได้โดยง่าย จึงคุมตัวมาสอบสวน และจัดทำประวัติกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยให้ยุติการกระทำดังกล่าวทันที พร้อมฝากเตือนว่าให้ลูกหลานช่วยกันเฝ้าระวังเอาไว้ด้วย โดยข้อมูลในโซเชียลยังระบุอีกว่า ใครหลงเชื่อนำโทรศัพท์เก่าไปแลกของดังกล่าว อาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพ นำเอาโทรศัพท์มือถือพร้อมกับเลขหมายไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในภาคใต้ พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้นำโทรศัพท์ไปแลกของดังกล่าวด้วย
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่าวันนี้มีชาวบ้านถิ่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ ประมาณ 50 คน มาที่ศาลากลางจ.แพร่ และส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เพื่อเรียกร้องให้ทางราชการช่วยแก้ข่าวกรณีที่มีสื่อและโซเชียลมีเดียลงข่าวว่าที่บ้านถิ่นจ.แพร่ นำสิ่งของไปแลกโทรศัพท์มือถือเก่าแล้วมีการนำมือถือบางส่วนส่งไปใช้ในการก่อการร้ายที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่ามีการนำสิ่งของแลกมือถือเก่าจริง แต่ไม่ได้มีการนำไปขายต่อ เพียงแต่แกะแผงวงจรและเอาโลหะที่มีค่าอยู่ในตัวแผงวงจรขายส่งให้กับบริษัทต่างประเทศ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ3จ.ชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการ กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจและแยกย้ายกลับไป
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวในเบื้องต้นจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพฤติกรรมการตระเวนแลกโทรศัพท์เก่าดังกล่าว มีเจตนาเพื่อประกอบอาชีพค้าขายตามปกติหรือเพื่อเจตนาอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้มีการสั่งการลงไปให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้กระจ่าง
ส่วนของการตรวจสอบเรื่องพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือการรับซื้อของเก่า โดยเฉพาะแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อยู่แล้วว่ามีพฤติกรรมใดที่มีความน่าสงสัยหรือไม่

