ตั้งรางวัล 3 หมื่นนำจับวัยรุ่นปาหินใส่รถ 2 คันซ้อนบนสายเอเชีย ตร.ตั้งปมหวังทรัพย์-คึกคะนอง-จิตบกพร่อง

3.10.16 | 15:40 น.

วันที่ 3 ตุลาคม เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.เอนก พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บางปะหัน ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและผลของการลงพื้นที่สืบสวน หลังเกิดเหตุวัยรุ่นปาหินใส่รถทัวร์และรถเก๋ง 2 คันซ้อน บนถนนสายเอเชียขาขึ้นนครสวรรค์ เขตตำบลขยาย อำเภอบางปะหัน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ในเบื้องต้นภายหลังเกิดเหตุ ได้กระจายกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ในบริเวณที่เกิดเหตุทันทีเพื่อหาข้อมูลในเรื่องของกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งค่อนข้างห่างใกล้จากชุมชน สอบถามหาข้อมูลจากกลุ่มวัยรุ่นในละแวกนั้น เชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จากข้อมูลของพยานคือคนขับรถบัสและคนขับรถเก๋ง ว่าพบเห็นชายยืนอยู่ข้างรถ จยย.แบบหญิงสีฟ้า และจอดอยู่เพียงคันเดียว จึงไม่น่าใช้กลุ่มเด็กแว๊น คนร้ายเกิดความคึกคะนอง หรือเมาสุรา จึงได้ก่อเหตุใช้ก้อนหิน ดินหรือของแข็งขว้างปาใส่รถทัวร์ และรถเก๋ง ส่วนของกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หน้ารถทัวร์ ขณะนี้รถทัวร์คันดังกล่าวยังอยู่ที่ จ.พะเยา อยู่ระหว่างเดินทางกลับเข้าบริษัทที่กรุงเทพมหานครเพื่อถอดรหัสตัวบันทึกภาพกล้อง ซึ่งเมื่อเราได้กล้องมาจะทำให้เราเห็นรูปพรรณ ของคนร้าย และรถ จยย.ทำให้เราสามารถติดตามคนร้ายได้ง่ายมากขึ้น ยอมรับว่าจุดบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดอับ จึงได้ให้สายตรวจเพิ่มความเข้มในการตรวจ พร้อมทั้งช่วยกันหาข้อมูล ของกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะชอบไปจอดรถในบริเวณนั้น

ด้าน พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้สั่งให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เร่งติดตามตัวคนร้ายด้วยเพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และเป็นเหตุที่เกิดบนถนนสายเอเชีย มุ่งเน้นในการรวบรวมพยานที่เห็นเหตุการณ์ก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุจะต้องจอดรถ จยย.อยู่บริเวณนั้นต้องมีประชาชนที่สัญจรไปมาหรือชาวบ้านในละแวกนั้นพบเห็นคนร้าย จึงขอฝากไปยังประชาชนที่พบเห็นบุคคลจอดรถอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ หรือรู้ข้อมูลมีเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้าย มีรางวัลนำจับให้ 30,000 บาท

ล่าสุดตำรวจวิทยาการตรวจสอบ ตรงจุดที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ กม.ที่ 29 จนถึงจุดจอดรถ กม. 31 ยังไม่พบก้อนหิน อีกทั้งได้ตรวจสอบรถเก๋งอย่างละเอียดแล้ว ส่วนรถบัสโดยสารต้องรอเดินทางกลับจากไปส่งผู้โดยสารที่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าภาพจากกล้องติดหน้ารถบัสจะเก็บหลักฐานได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ทางตำรวจได้ตั้งประเด็นการก่อเหตุของคนร้าย ที่คาดว่าเป็นวัยรุ่นคนเดียวกันหรือชุดเดียวกัน และอาจมีมากกว่า 1 คน ในการก่อเหตุปาหินใส่รถทั้ง 2 คัน พร้อมตั้งแนวทาวการสอบสวน  3 ประเด็น คือ 1.ก่อเหตุเพราะประสงค์ต่อทรัพย์สิน 2.ก่อเหตุเพราะความคึกคะนอง และ 3.ก่อเหตุเพราะจิตบกพร่องหรือเพื่อความสะใจ โดยตำรวจได้กระจายหาข้อมูล ทั้งกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่และในอำเภอข้างเคียง มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็ววันนี้

Advertisement