คุณตาวัย 83 เมืองปทุมฯเครียดโรครุมเร้า โดดแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต
วันที่ 3 ธ.ค.2564 พ.ต.ท.เสน่ห์ ปัญญาเรือง สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งตอน 11.00 น.ว่า มีคนกระโดดน้ำบริเวณสะพานปทุมธานี 1 จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมอาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ทำการค้นหาแต่ไม่พบตัวผู้กระโดดสะพาน จนเวลาประมาณ 14.00 น ได้รับแจ้งพบศพลอยน้ำบริเวณท่าน้ำ สวนเทพปทุม ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้ไปตรวจสอบพบเป็นศพชายสูงอายุ สวมเสื้อแขนยาวลายดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ มีกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ทราบชื่อภายหลังคือ นาย สุนัน ชื่นเมือง อายุ 83 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 168/8 หมู่ที่ 8 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
จากการสอบถามญาติของนาย สุนัน ได้กล่าวว่า นายสุนันมีโรคประจำตัวหลายอย่าง และตั้งแต่ภรรยาเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อน นายสุนัย ก็เก็บตัวและไม่ค่อยพูดคุยกับใครออกจากบ้านเป็นบางครั้ง วันนี้ได้ออกจากบ้านตั้งแต่ 07.00 น.โดยบอกว่าจะมาซื้อกับข้าวที่ตลาดปทุม แต่จนบ่ายก็ยังไม่กลับและติดต่อไม่ได้ ญาติจึงออกตามหาจนมาพบเป็นศพดังกล่าว
จากการสอบถามนาย นาย ทวี แสงงาม 56 ปี นักตกปลาที่เห็นเหตุการณ์และได้ถ่ายคลิปไว้ได้ กล่าวว่า ตนพยายามจะหาอะไรโยนให้เขาแต่มันไม่ทัน เพราะมันไกลไปเรื่อยเนื่องจากน้ำมันไหล พยายามเรียกเรือภายในบริเวณนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ยิน หลังจากนั้นจึงได้เรียกรถจักรยานยนต์ที่ขับผ่านมา ว่ามีเบอร์กู้ภัยบ้างมั้ยให้ช่วยโทรให้หน่อย แต่มีคนที่โป๊ะที่ขึ้นลงเรือน่าจะโทรไปก่อนแล้ว หลังจากมาดูศพก็ไม่แน่ใจว่าคนเดียวกันมั้ย เพราะตอนนั้นเห็นแค่ช่วงคอเพราะกำลังจะจมและเนื่องจากอยู่ไกลและอยู่ข้างบน
สอบถาม นาย สมศักดิ์ ชื่นเมือง อายุ 48 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิตได้กล่าวว่า ตอนออกจากบ้านบอกแค่จะไปซื้อกับข้าวไม่ได้บอกอะไรเลย เขาไม่คุยกับใครตั้งแต่แม่เสีย ซึ่งแม่เสียมาได้ 2 ปีแล้ว ซึ่งเขาป่วยเป็นโรคเบาหวานและไข่ดัน ไปรักษาแล้ว เขาไม่ค่อยคุยกับใคร กินข้าวแล้วก็เข้าห้อง ออกไปปั่นจักรยานบ้างตอนเช้า อยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรอยู่กับผม ซึ่งผมเปิดร้านขายของชำอยู่
ด้าน พ.ต.ท.เสน่ห์ ปัญญาเรือง สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และให้เจ้าหน้านิติวิทยาศาสตร์ตตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต จากนั้นให้อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงก่อนจะให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป



